รถถัง เคลื่อนไหวอีกครั้ง โพสต์ขอโทษ นายสมจิตร หลังแพ้น็อกทาเครุ
รถถัง เคลื่อนไหวอีกครั้ง โพสต์ขอโทษ นายสมจิตร หลังแพ้น็อกทาเครุ

หลังจากศึก ONE Samurai 1 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ที่อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คู่เอกสุดมันส์ระหว่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต กับ “ทาเครุ” นักชกขวัญใจเจ้าถิ่นที่ขึ้นชกไฟต์สุดท้าย โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นฟลายเวต เฉพาะกาล (125-135 ป.) เป็นเดิมพัน ผลปรากฏว่า ทาเครุ อาศัยหมัดเด็ดปล่อยพาย รถถัง ลงไปนับถึง 4 ครั้ง ก่อนจะน็อกคู่ต่อสู้ในยกที่ 5 คว้าเข็มขัดแชมป์มาครองได้สำเร็จ
รถถัง เคลื่อนไหวอีกครั้ง โพสต์ขอโทษ นายสมจิตร หลังแพ้น็อกทาเครุ
ล่าสุด รถถัง จิตรเมืองนนท์ ได้เคลื่อนไหวอีกครั้งผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยโพสต์ข้อความสุดซึ้งใจ ระบุว่า “ขอโทษนาย สมจิตร แว่นแก้ว และแฟนๆ คนไทยทุกคนมากครับ” ซึ่งเป็นการแสดงความรับผิดชอบและสำนึกในความพ่ายแพ้ครั้งนี้ แฟนมวยไทยชาวไทยต่างเข้าใจและให้กำลังใจนักชกจอมเก๋าคนนี้อย่างล้นหลาม เพราะรถถังคือหนึ่งในนักมวยไทยที่สร้างชื่อเสียงให้วงการมวยไทยบนเวทีโลกมาอย่างยาวนาน
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรถถัง ไม่เพียงแต่แสดงถึงความเป็นนักกีฬาอาชีพที่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่ยังสะท้อนถึงความเคารพต่อเทรนเนอร์อย่างนายสมจิตร แว่นแก้ว ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเขามาตลอด รถถัง เคลื่อนไหวอีกครั้ง โพสต์ขอโทษ นายสมจิตร หลังแพ้น็อกทาเครุ จึงกลายเป็นประเด็นที่แฟนๆ พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย
สรุปแมตช์สุดเข้มข้น ศึก ONE Samurai 1
ศึกนี้เป็นการปะทะกันระหว่างสองนักชกตัวท็อปของรุ่นฟลายเวต รถถัง จิตรเมืองนนท์ วัย 36 ปี กับประสบการณ์กว่า 300 ไฟต์ นำทีมโดยค่ายจิตรเมืองนนท์ มาพบกับทาเครุ วัย 31 ปี เจ้าของฉายา “The Natural Born Killer” ที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่นและประกาศว่านี่คือไฟต์สุดท้ายของเขา การชกดำเนินไปอย่างดุเดือดตั้งแต่ยกแรก รถถังพยายามใช้ศิลปะมวยไทยถล่มด้วยเข่าและศอก แต่ทาเครุตอบโต้ด้วยหมัดหนักและการบุกแทงเข่าแบบคิกบ็อกซิ่ง
ในยกที่ 3-4 รถถังเริ่มเสียเปรียบจากการโดนหมัดตรงเข้าหน้า จนกรรมการนับถึง 4 ครั้ง แต่เจ้าตัวยังลุกขึ้นสู้ต่อ ทว่าในยก 5 ทาเครุเร่งเครื่องเต็มสูบ ปล่อยคอมโบหมัดซ้ายขวาเข้าหน้าอย่างหนักหน่วง ส่งรถถังล้มลงน็อกคืน นับเป็นชัยชนะที่สมศักดิ์ศรีของนักชกญี่ปุ่น
จุดเด่นและบทเรียนจากไฟต์นี้
- จุดแข็งของทาเครุ: หมัดหนักและการป้องกันที่แน่นหนา ทำให้รถถังไม่สามารถบุกได้เต็มที่
- จุดอ่อนของรถถัง: อายุที่มากขึ้นอาจส่งผลต่อความแข็งแกร่งในการรับหมัด แต่เทคนิคยังคงยอดเยี่ยม
- แฟนมวยไทยได้เห็น: การปรับตัวของมวยไทยเมื่อเจอกับคิกบ็อกซิ่ง ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักชกไทยรุ่นใหม่
- อนาคตของรถถัง: ยังมีไฟสู้ต่อ แฟนๆ คาดหวังการกลับมาที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
นอกจากนี้ ไฟต์นี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ ONE Championship ที่นำนักชกไทยไปสู่เวทีโลก โดยรถถังเคยเป็นแชมป์มวยไทยรุ่นฟลายเวตมาก่อน และมีสถิติชกใน ONE กว่า 20 ไฟต์ การแพ้ครั้งนี้ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นแรงผลักดันให้เขากลับมาดีขึ้น
ในมุมมองของผู้เขียน การที่รถถัง จิตรเมืองนนท์ ออกมาโพสต์ขอโทษแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่เข้มแข็งของนักกีฬาไทยแท้ๆ แฟนๆ อย่าท้อแท้ รอติดตามการกลับมาของเขาด้วยนะครับ! ถ้าชอบข่าวมวยไทย สมัครรับข่าวสารจากเราวันนี้ เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด
ที่มา – รถถัง เคลื่อนไหวอีกครั้ง โพสต์ขอโทษ นายสมจิตร หลังแพ้น็อกทาเครุ