ภูริพล ตั้งเป้าคว้า 3 ทอง ซีเกมส์ ล้างแค้น!
“บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดทีมชาติไทย เปิดใจหลังผ่านการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก ที่ญี่ปุ่น และทำเวลา 10.17 วินาที ได้อันดับ 7 ในรอบรองฯ ได้ประสบการณ์กลับมามากมาย
“สำหรับ กรีฑาชิงแชมป์โลก เป็นรายการที่ตื่นเต้นและยากมาก การผ่านเข้ารอบรองฯได้ถื่อว่าได้ประสบการณ์มากมาย ได้เจอกับนักวิ่งระดับโลกอย่าง คีเชน ธอมป์สัน นักวิ่งจาเมกา และได้เห็นอะไรต่างๆที่นำมาปรับใช้กับตัวเองได้เยอะ”
ต่อข้อถามว่าสถิติในระยะหลัง ที่ ภูริพล ทำได้ไม่ดีนัก และไม่เคยวิ่งได้ต่ำกว่า 10.10 และถึงขีดจำกัดของนักวิ่งวัย 19 ปีหรือยังนั้น ภูริพล ตอบว่า เรื่องสถิติที่ปรากฎนั้นอาจจะเป็นเพราะ ในระยะหลังผมไม่ได้ฝึกซ้อมจริงจัง หรือเก็บตัวในระยะยาวเลย ทำให้แทบไม่มีเวลาแก้ไขข้อผิดพลาด การลงคอร์ตในแต่ละที่ก็แตกต่างกัน ยอมรับว่ามีความสับสนพอสมควร แต่คำพูดที่ว่า ผมถึงขีดจำกัดแล้ว ผมไม่เห็นด้วยเท่าไร นักวิ่งต้องใช้เวลาพัฒนาตัวเอง และแต่ละคนก็มีวันของตัวเอง สำหรับผมคิดว่าผมยังไปได้ไกลกว่านี้”
ภูริพล กล่าวถึง ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ เจ้าตัวจะกลับมาลงแข่งขันเต็มรูปแบบ 3 รายการคือ 100 เมตร 200 เมตร และ 4×100 เมตร
“คราวนี้จะได้กลับมาลงแข่งขัน 200 เมตร แล้ว ที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้ซ้อมลงคอร์ต 200 เมตร เพราะต้องเก็บคะแนนเอาโควตาไปแข่งขันวิ่ง 100 เมตร ชิงแชมป์โลก อีกทั้งการฝึกซ้อม 200 เมตร อาจจะเป็นคนละรูปแบบ ต้องลงคอร์ตไกล และเรื่องการหายใจด้วย ตั้งใจจะคว้า 3 เหรียญทอง เพื่อแก้ตัวจาก ซีเกมส์หนก่อนด้วย”
ส่วนประเด็นการกลับไปฝึกซ้อมที่สหรัฐอเมริกาหรือไม่นั้น ภูริพล ระบุว่า “คงต้องเป็นหลังซีเกมส์จบก่อน แล้วคุยกันอีกครั้ง เพราะตอนนี้ผมอยากปักหลักซ้อมจริงๆจังๆยาวๆ 3-4 เดือน ก่อน”
ภูริพล ขอคว้า 3 ทอง ซีเกมส์ แก้ตัวหนก่อนที่เจ็บ
“บิว” ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาดาวรุ่งทีมชาติไทย ตั้งเป้าหมายสำคัญในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะมาถึง โดยมุ่งมั่นที่จะคว้า 3 เหรียญทองจากการแข่งขันวิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และ 4×100 เมตร เพื่อเป็นการแก้ตัวจากผลงานที่ไม่เป็นไปตามเป้าในซีเกมส์ครั้งก่อน
หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งภูริพลสามารถทำเวลาได้ 10.17 วินาทีในรอบรองชนะเลิศ เขาได้เปิดเผยถึงประสบการณ์ที่ได้รับจากการแข่งขันระดับโลกครั้งนี้ว่า “การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลกเป็นรายการที่ท้าทายและตื่นเต้นมาก การที่ผมสามารถผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้ถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าอย่างยิ่ง ผมได้มีโอกาสพบกับนักวิ่งระดับโลกอย่าง คีเชน ธอมป์สัน จากจาเมกา และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายที่จะนำมาปรับใช้ในการฝึกซ้อมของผม”
อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าสถิติของภูริพลในช่วงหลังไม่ดีเท่าที่ควร และยังไม่สามารถทำเวลาได้ต่ำกว่า 10.10 วินาที ทำให้เกิดคำถามว่าเขาอาจจะถึงขีดจำกัดของนักวิ่งวัย 19 ปีแล้วหรือไม่ ภูริพลได้ตอบคำถามนี้ว่า “เรื่องสถิติที่ไม่ดีเท่าที่ควรอาจเป็นเพราะผมไม่ได้ฝึกซ้อมอย่างจริงจังหรือเก็บตัวในระยะยาว ทำให้ไม่มีเวลาแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ นอกจากนี้ การลงสนามในแต่ละที่ก็มีความแตกต่างกัน ทำให้ผมรู้สึกสับสนอยู่บ้าง แต่ผมไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่าผมถึงขีดจำกัดแล้ว นักวิ่งทุกคนต้องใช้เวลาในการพัฒนาตัวเอง และแต่ละคนก็มีช่วงเวลาของตัวเอง ผมเชื่อว่าผมยังสามารถพัฒนาตัวเองได้อีกมาก”
เป้าหมายสำคัญ: คว้า 3 ทอง ซีเกมส์
สำหรับการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่กำลังจะมาถึง ภูริพลตั้งใจที่จะลงแข่งขันเต็มรูปแบบใน 3 รายการ ได้แก่ วิ่ง 100 เมตร, 200 เมตร และ 4×100 เมตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาลงแข่งขันในระยะ 200 เมตร ถือเป็นสิ่งที่เขารอคอย
“ที่ผ่านมา ผมไม่ค่อยได้ฝึกซ้อมในระยะ 200 เมตรมากนัก เนื่องจากต้องเก็บคะแนนเพื่อคว้าโควต้าไปแข่งขันวิ่ง 100 เมตรชิงแชมป์โลก นอกจากนี้ การฝึกซ้อมในระยะ 200 เมตรอาจมีรูปแบบที่แตกต่างจากการวิ่ง 100 เมตร ต้องลงสนามในระยะทางที่ไกลกว่า และให้ความสำคัญกับการหายใจมากขึ้น ผมตั้งใจที่จะภูริพล ขอคว้า 3 ทอง ซีเกมส์ เพื่อเป็นการแก้ตัวจากซีเกมส์ครั้งก่อน” ภูริพลกล่าว
เมื่อถามถึงแผนการกลับไปฝึกซ้อมที่สหรัฐอเมริกา ภูริพลตอบว่า “คงต้องรอให้การแข่งขันซีเกมส์จบลงก่อน แล้วค่อยกลับมาคุยกันอีกครั้ง ตอนนี้ผมอยากที่จะปักหลักฝึกซ้อมอย่างจริงจังเป็นระยะเวลานาน 3-4 เดือนก่อน”
การที่ ภูริพล ตั้งเป้า ภูริพล ขอคว้า 3 ทอง ซีเกมส์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีอุปสรรคและความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่ด้วยความสามารถและศักยภาพที่มีอยู่ เชื่อว่าเขามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้
ผมมองว่าการที่ภูริพลเน้นย้ำถึงการแก้ตัวจากซีเกมส์ครั้งก่อน สะท้อนให้เห็นถึงสปิริตนักกีฬาที่ไม่ยอมแพ้ต่อความผิดหวัง และพร้อมที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมายนั้น เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักกีฬา
การที่ภูริพล ขอคว้า 3 ทอง ซีเกมส์ ไม่ใช่แค่เป้าหมายส่วนตัว แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ
ที่มา – ภูริพล ขอคว้า 3 ทอง ซีเกมส์ แก้ตัวหนก่อนที่เจ็บ – เชื่อข้ามขีดจำกัดได้อีกไกล