ภาคใต้รับมือฝนตกต่อเนื่อง ฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วม

ภาคใต้รับมือฝนตกต่อเนื่อง ฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วม ระหว่างวันที่ 8-13 พฤศจิกายน 2569 หลังรัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และผลกระทบจากฝนที่ตกสะสมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่บริเวณชายฝั่งและพื้นที่ใกล้ภูเขา ซึ่งมีโอกาสเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มได้

ภาคใต้รับมือฝนตกต่อเนื่อง ฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วม

รัฐบาลขอให้ประชาชนในภาคใต้ติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากช่วงเวลานี้ภาคใต้เข้าสู่ฤดูมรสุม หลายพื้นที่อาจมีฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน เมื่อฝนตกสะสมจนดินอุ้มน้ำเต็มที่ ความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม หรือน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล แม้บางพื้นที่อาจยังไม่มีน้ำท่วมในทันที แต่ฝนที่ตกต่อเนื่องสามารถทำให้ระดับน้ำในลำคลอง อ่างเก็บน้ำ และแม่น้ำสายต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ทางน้ำหรือพื้นที่ลาดเชิงเขาจึงควรเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า

ภาคใต้รับมือฝนตกต่อเนื่อง ฝนสะสมอย่างไรให้ปลอดภัย

การเตรียมตัวที่ดีช่วยลดความเสียหายและเพิ่มความปลอดภัยให้ทุกคนในครอบครัวได้ ก่อนเกิดฝนตกหนักควรตรวจสอบสภาพบ้าน อาคาร และเส้นทางเข้าออก หากพบว่ามีสิ่งกีดขวางทางน้ำควรเร่งนำออก รวมถึงยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ และสิ่งของจำเป็นไว้ในที่สูง สำหรับบ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ควรเตรียมกระสอบทราย อาหารแห้ง น้ำดื่ม ยาประจำตัว ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อม

  • ติดตามข่าวสาร: ตรวจสอบประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา จังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • วางแผนอพยพ: รู้จักเส้นทางไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงใกล้บ้าน และพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวให้เข้าใจตรงกัน
  • ระวังเส้นทางน้ำ: หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านจุดที่มีน้ำไหลเชี่ยว สะพานข้ามคลอง จุดน้ำท่วมซ้ำซาก และพื้นที่เชิงเขาในช่วงฝนตกหนัก
  • ดูแลผู้เปราะบาง: เตรียมช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการเป็นลำดับแรก หากสถานการณ์เริ่มรุนแรง
  • ปิดระบบไฟฟ้า: หากน้ำเริ่มเข้าบ้าน ควรตัดกระแสไฟฟ้าและหลีกเลี่ยงการสัมผัสปลั๊กหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปียกน้ำ

นอกจากฝนตกหนักแล้ว ลมกระโชกแรงอาจทำให้ต้นไม้ กิ่งไม้ ป้ายโฆษณา หรือสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงเกิดความเสียหายได้ ประชาชนควรเก็บสิ่งของที่อยู่บริเวณระเบียงและหน้าบ้านให้เรียบร้อย ตรวจสอบหลังคา ประตู หน้าต่าง และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่หรือเสาไฟฟ้าในช่วงที่มีลมแรง

สถานการณ์น้ำและเขื่อนสำคัญในภาคใต้

รัฐบาลรายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศว่า มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 66,280 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 82 เปอร์เซ็นต์ของความจุเก็บกักรวม ขณะที่ปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ประมาณ 42,150 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 74 เปอร์เซ็นต์ของความจุเก็บกักรวม ส่วนภาคใต้มีปริมาณน้ำประมาณ 5,442 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 69 เปอร์เซ็นต์ของความจุเก็บกัก

สำหรับเขื่อนหลักในภาคใต้ เขื่อนรัชชประภามีปริมาณน้ำประมาณ 4,235 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 75 เปอร์เซ็นต์ของความจุเก็บกัก ขณะที่เขื่อนบางลางมีปริมาณน้ำประมาณ 773 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 53 เปอร์เซ็นต์ของความจุเก็บกัก ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องติดตามปริมาณฝน ระดับน้ำ และการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อประชาชนและพื้นที่เศรษฐกิจ

เมื่อมีฝนสะสมในพื้นที่ต้นน้ำ น้ำอาจไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในจังหวัดที่มีภูเขาและคลองหลายสาย ประชาชนจึงไม่ควรประเมินสถานการณ์จากปริมาณฝนหน้าบ้านเพียงอย่างเดียว เพราะแม้บริเวณชุมชนจะมีฝนไม่มาก แต่หากพื้นที่ต้นน้ำมีฝนตกหนัก ก็อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากตามมาได้ในเวลาไม่นาน

หน่วยงานเร่งเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชน

รัฐบาลกำชับให้ส่วนราชการและหน่วยงานท้องถิ่นเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเต็มที่ พร้อมบูรณาการกำลังคน เครื่องจักรกลสาธารณภัย รถกู้ภัย เรือ และอุปกรณ์ช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการแจ้งเตือนล่วงหน้าและการดูแลพื้นที่เสี่ยง เพื่อจำกัดความเสียหายให้น้อยที่สุด

การเตือนภัยจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อประชาชนและหน่วยงานทำงานร่วมกัน ประชาชนควรแจ้งข้อมูลจุดน้ำท่วม ดินถล่ม ต้นไม้ล้ม หรือเส้นทางที่ไม่สามารถสัญจรได้ให้เจ้าหน้าที่ทราบโดยเร็ว ขณะเดียวกันควรช่วยกันดูแลคนในชุมชน โดยเฉพาะครอบครัวที่อาจเดินทางหรืออพยพได้ลำบาก

ในช่วงที่มีประกาศเตือน ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น และไม่ถ่ายภาพหรือเข้าไปดูบริเวณน้ำเชี่ยวเพื่อความปลอดภัย หากต้องเดินทางจริง ควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน รวมทั้งชาร์จโทรศัพท์มือถือให้พร้อม สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ควรระวังน้ำท่วมถนนที่อาจบดบังหลุมหรือกระแสน้ำ และไม่ฝืนขับรถผ่านจุดที่มีน้ำไหลแรง

สรุป: ภาคใต้รับมือฝนตกต่อเนื่อง ฝนสะสม เสี่ยงน้ำท่วม เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญระหว่างวันที่ 8-13 พฤศจิกายนนี้ การติดตามข่าวสาร เตรียมสิ่งของจำเป็น วางแผนอพยพ และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง จะช่วยลดอันตรายได้มากที่สุด ขอให้ประชาชนไม่ประมาท หากพบสัญญาณผิดปกติ เช่น น้ำในคลองเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ดินเริ่มแตกร้าว หรือมีเสียงผิดปกติจากภูเขา ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่และออกจากพื้นที่ทันที

ที่มา – เตือน ภาคใต้ รับมือฝนตกต่อเนื่อง ฝนสะสม 8-13 พ.ย.นี้ เสี่ยงน้ำท่วม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *