ผอ.เขตดุสิต ใช้ทรายล้วนถมหลุม เปิด 9 ต.ค.นี้
ผอ.เขตดุสิต ปรับแผนใช้ทรายล้วนถมหลุมแทนทรายผสมปูน หวั่นกระทบการก่อสร้างอนาคต ยืนยันเปิดถนน 9 ตุลาคมนี้แน่นอน
จากกรณีถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2568 ความคืบหน้าล่าสุดคือ รถบรรทุกทรายได้ทยอยเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการเททรายลงไปในหลุมยุบดังกล่าว โดยจะเพิ่มระดับความสูงของทรายขึ้นทีละชั้น จนกระทั่งใกล้เคียงกับระดับผิวถนนเดิม ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการปรับพื้นผิวและสร้างถนนใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานเส้นทางสัญจรได้ตามปกติ
สำหรับปริมาณทรายที่ใช้ในการถมหลุมในครั้งนี้ คาดว่าจะสูงถึง 1,300 คิว หรือคิดเป็นจำนวนรถบรรทุกประมาณ 130 คัน ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะใช้เพียงวันละ 1,000 คิว โดยการเพิ่มระดับของทรายจะดำเนินการทีละ 1 เมตร และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3–4 วัน จึงจะสามารถถมทรายให้มีระดับเสมอกับผิวถนนเดิมได้
นอกจากนี้ ทีมข่าวจากสำนักต่างๆ ได้รับอนุญาตจากกรุงเทพมหานครให้เข้าเก็บภาพบริเวณปากหลุม ซึ่งพบว่าระดับทรายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการนำวัสดุและสิ่งกีดขวางที่เคยตกค้างอยู่ภายในหลุมออกไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้า รถยนต์ของตำรวจ และท่อประปาขนาดใหญ่
ด้าน นายเทียนชัย วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการเขตดุสิต ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของการดำเนินการ โดยระบุว่า ขณะนี้การทำงานเป็นไปอย่างต่อเนื่องจากเมื่อวาน ซึ่งการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้รับเหมาได้ร่วมกันจัดเก็บเศษวัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่อยู่ภายในหลุมออกไปบางส่วนแล้ว และล่าสุดได้เริ่มนำทรายเข้ามาเทถมแทนที่
เดิมทีมีแผนที่จะใช้ทรายผสมปูนในการถมหลุม แต่ภายหลังได้มีการปรับเปลี่ยนแผนมาเป็นการใช้ทรายล้วนถมหลุมแทน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่ เนื่องจากทรายล้วนจะง่ายต่อการขุดหรือรื้อถอนมากกว่าทรายผสมปูน โดยในวันนี้คาดว่าจะสามารถเททรายและเกลี่ยให้เป็นชั้นเลเยอร์ได้อย่างน้อย 1–2 เมตร ก่อนที่จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจำเป็นต้องมีการปรับแผนเพิ่มเติมหรือไม่
ในส่วนของระยะเวลาที่ใช้ในการถมหลุมนั้น ยังคงต้องมีการประเมินตามความคืบหน้าของการดำเนินงาน แต่เบื้องต้นยังคงยืนยันตามแผนเดิมว่าจะสามารถเปิดถนนให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติในวันที่ 9 ตุลาคมนี้
สำหรับทรายที่นำมาใช้ในการถมหลุมนั้น มีปริมาณเพียงพอและถูกขนส่งมาจาก 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ จังหวัดนครปฐม และท่าเรือวัดราชผาติการามวรวิหาร บริเวณใกล้สะพานซังฮี้ โดยในช่วงนี้ จะต้องพึ่งพาทรายจากจังหวัดนครปฐมเป็นหลัก ซึ่งใช้รถบรรทุก 6 ล้อ และ 10 ล้อ ในการขนส่งทรายเข้ามายังพื้นที่ ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อการจราจรในช่วงเช้า ซึ่งผู้อำนวยการเขตดุสิตยอมรับว่ามีอุปสรรคในด้านการจราจรติดขัด และจะนำบทเรียนจากวันนี้ไปปรับปรุงการทำงาน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
ผอ.เขตดุสิต ใช้ทรายล้วนถมหลุม เปิด 9 ต.ค.นี้
การตัดสินใจของ ผอ.เขตดุสิต ในการเปลี่ยนมาใช้ทรายล้วนถมหลุม แทนที่จะเป็นทรายผสมปูน แสดงให้เห็นถึงการมองการณ์ไกลและคำนึงถึงผลกระทบในระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างในอนาคต แม้ว่าการขนส่งทรายจะส่งผลกระทบต่อการจราจรในระยะสั้น แต่การแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงทีและการสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดผลกระทบและความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นได้
ทำไมถึงต้องใช้ทรายล้วนถมหลุม?
เหตุผลหลักที่ ผอ.เขตดุสิต ตัดสินใจใช้ทรายล้วนก็คือ เพื่อความสะดวกในการขุดหรือรื้อถอนในอนาคต หากมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในบริเวณดังกล่าว ซึ่งทรายล้วนจะมีความอ่อนตัวและง่ายต่อการจัดการมากกว่าทรายผสมปูนที่แข็งตัว
- ผลกระทบต่อการจราจร: การขนส่งทรายจำนวนมากทำให้เกิดความหนาแน่นของการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วน
- แผนการเปิดถนน: ยังคงยืนยันตามกำหนดเดิมคือวันที่ 9 ตุลาคม
- การเตรียมความพร้อม: มีการนำวัสดุและสิ่งกีดขวางออกจากหลุมแล้ว
การปรับแผนมาใช้ทรายล้วนถมหลุมเป็นทางออกที่คำนึงถึงประโยชน์ระยะยาว แม้ว่าจะมีอุปสรรคเรื่องการจราจรบ้าง แต่การแก้ไขปัญหาและการสื่อสารที่ดีจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้
ที่มา – ผอ.เขตดุสิต ปรับแผนใช้ทรายล้วนถมหลุม เท่ากับผิวถนนเดิม ยันเปิดใช้งานถนน 9 ต.ค.