‘บิ๊กเต่า’ สอบวัดบางคลาน พบซุกเอกสารการเงินวัด

‘บิ๊กเต่า’ เรียกสอบแล้ว ไวยาวัจกร – กรรมการ วัดบางคลาน พบพิรุธแอบซุกเอกสารการเงินวัดไว้ที่บ้าน ส่อเอี่ยวทุจริตเงินวัด ตั้งรองเจ้าคณะจ.พิจิตร รักษาการเจ้าอาวาส

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.68 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตรวจสอบวัดบางคลาน จ.พิจิตร ว่า จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่างๆ พบว่ามีการทุจริตเงินวัดรวม 30 ล้านบาทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังพบการค้าขายวัตถุมงคลที่ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของวัด โดยนำเงินที่ได้ไปฝากในบัญชีบุคคลอื่นแทนบัญชีวัด

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตำรวจยังเรียกสอบไวยาวัจกรและกรรมการวัดหลายคน ซึ่งนำเอกสารค่าใช้จ่ายและข้อมูลทางการเงินเก็บไว้ที่บ้านพักส่วนตัว มาตรวจสอบว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่

สำหรับการแก้ปัญหาการบริหารวัด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า มีการพูดคุยและประชุมร่วมกันเป็นคณะใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยเจ้าคณะจังหวัด อำเภอ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 18 ฝ่าย และตำรวจภูธรจังหวัด โดยมีมติแต่งตั้งรองเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเก่า มาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส เพื่อสร้างความเป็นกลางและความสมานฉันท์ระหว่างชาวบ้านกับพระสงฆ์ในการปกครองวัด

“ทั้งนี้ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบเส้นทางเงิน การสอบปากคำพยาน และการรวบรวมเอกสารหลักฐาน เพื่อให้การสอบสวนเสร็จสิ้นและสามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างชัดเจน” รอง ผบช.ก.กล่าว

เรื่องราวของวัดบางคลานยังคงเป็นที่สนใจของประชาชน การที่ ‘บิ๊กเต่า’ เรียกสอบแล้ว ไวยาวัจกรและกรรมการวัด ทำให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบความโปร่งใสของวัด

‘บิ๊กเต่า’ เรียกสอบแล้ว ไวยาวัจกร-กรรมการ วัดบางคลาน พบซุกเอกสารการเงินวัดไว้ที่บ้าน

คดีทุจริตที่เกิดขึ้นในวัดบางคลานเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ เพราะวัดควรเป็นสถานที่ที่บริสุทธิ์และเป็นที่พึ่งทางใจของประชาชน การที่ผู้มีหน้าที่ดูแลวัด กลับกระทำการทุจริต ย่อมสร้างความเสื่อมศรัทธาให้กับประชาชน

การสอบสวนที่ ‘บิ๊กเต่า’ กำลังดำเนินการอยู่นี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่ผู้ที่อยู่ในผ้าเหลือง หากกระทำผิดก็ต้องได้รับโทษ

ความสำคัญของการตรวจสอบเอกสารการเงินวัดบางคลาน

การที่เจ้าหน้าที่พบว่ามีการซุกซ่อนเอกสารการเงินของวัดไว้ที่บ้านพักส่วนตัว ยิ่งทำให้เกิดความสงสัยในความโปร่งใสของการบริหารจัดการวัด การตรวจสอบเอกสารเหล่านี้อย่างละเอียด จะช่วยให้ทราบถึงเส้นทางการเงินของวัด และสามารถระบุตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตได้

นอกจากนี้ การตั้งรองเจ้าคณะจังหวัดพิจิตรมาดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาส ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวัด และสร้างความสมานฉันท์ระหว่างชาวบ้านกับพระสงฆ์

การที่ ‘บิ๊กเต่า’ ลงมาดูแลคดีวัดบางคลานด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่ตำรวจให้กับการแก้ไขปัญหาทุจริตในวัด และความมุ่งมั่นที่จะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในศาสนา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดบางคลาน ย่อมส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนาพุทธ การที่วัดซึ่งควรจะเป็นสถานที่ที่บริสุทธิ์ กลับมีเรื่องราวของการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้อง ย่อมทำให้ประชาชนเกิดความผิดหวังและเสียศรัทธา

ดังนั้น การแก้ไขปัญหาทุจริตในวัดอย่างจริงจัง และการสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการวัด จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนาพุทธ

คดีวัดบางคลานจึงเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนใจให้ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลวัด ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ

การที่ ‘บิ๊กเต่า’ เรียกสอบแล้ว ไวยาวัจกรและกรรมการวัด แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังในการตรวจสอบเรื่องนี้ และหวังว่าผลการสอบสวนจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่มา – ‘บิ๊กเต่า’ เรียกสอบแล้ว ไวยาวัจกร-กรรมการ วัดบางคลาน พบซุกเอกสารการเงินวัดไว้ที่บ้าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *