บริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นปี 68 ทะลุ 10,000 ราย

โตเกียว โชโก รีเสิร์ช (Tokyo Shoko Research) บริษัทวิจัยสินเชื่อ เปิดเผยผลสำรวจวันนี้ (13 ม.ค.) ว่า จำนวนบริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นปี 2568 พุ่งทะลุระดับ 10,000 รายต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาขาดแคลนแรงงานและราคาสินค้าที่พุ่งสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) มากที่สุด
ผลการสำรวจพบว่า บริษัทที่มีหนี้สินตั้งแต่ 10 ล้านเยน (ราว 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ขึ้นไป มีจำนวนเพิ่มขึ้น 2.9% จากปีก่อนหน้า รวมทั้งสิ้น 10,300 ราย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2556 ทั้งนี้ ธุรกิจขนาดเล็กมีสัดส่วนสูงถึง 76.6% ของยอดรวมทั้งหมด
ในส่วนของหนี้สินรวมอยู่ที่ 1.59 ล้านล้านเยน ลดลง 32.1% จากปีก่อน เนื่องจากปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีธุรกิจขนาดใหญ่ล้มละลายมากนัก
เมื่อจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม ภาคบริการ (รวมถึงร้านอาหาร) มียอดล้มละลายสูงสุดที่ 3,478 ราย เพิ่มขึ้น 4.5% ตามด้วยภาคการก่อสร้าง 2,014 ราย เพิ่มขึ้น 4.7% และภาคการผลิต 1,186 ราย เพิ่มขึ้น 3.9%
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า การล้มละลายที่มีสาเหตุจากการขาดแคลนแรงงานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 397 ราย (เพิ่มขึ้น 36.0%) ขณะที่การล้มละลายจากปัจจัยด้านราคาสินค้าแพงเพิ่มขึ้น 9.3% อยู่ที่ 767 ราย
ทางด้านเจ้าหน้าที่จากโตเกียว โชโก รีเสิร์ช คาดการณ์ว่า ยอดล้มละลายภาคธุรกิจจะ “ทยอยเพิ่มสูงขึ้น” ในปี 2569 โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดขึ้นระหว่างญี่ปุ่นกับจีน
บริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นปี 68
สถานการณ์บริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นปี 2568 ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ธุรกิจญี่ปุ่นกำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น หรือปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่ยังคงเรื้อรัง ส่งผลให้ธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะ SME ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนและนำไปสู่การล้มละลายในที่สุด
ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงธุรกิจเท่านั้น แต่ยังลามไปถึงภาคครัวเรือนและเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเร่งหามาตรการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
ทำไมบริษัทในญี่ปุ่นถึงล้มละลายมากขึ้นในปี 2568?
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้บริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นปี 2568 เพิ่มขึ้นนั้น สามารถสรุปได้ดังนี้:
- ปัญหาขาดแคลนแรงงาน: ภาวะสังคมสูงวัยและอัตราการเกิดที่ต่ำ ทำให้ญี่ปุ่นเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ส่งผลให้ค่าแรงสูงขึ้นและธุรกิจหาคนทำงานได้ยากขึ้น
- ราคาสินค้าที่พุ่งสูง: ภาวะเงินเฟ้อและราคาสินค้าที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตของธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่สามารถผลักภาระไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
- การแข่งขันที่รุนแรง: การแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น ทำให้ธุรกิจต้องเผชิญกับแรงกดดันในการลดราคาสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
- ผลกระทบจากสถานการณ์โลก: ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่พึ่งพาการส่งออกและนำเข้า
เพื่อรับมือสภาวะที่ท้าทายนี้ ธุรกิจต่างๆ ควรพิจารณาปรับปรุงการดำเนินงาน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการขยายตลาด รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
ที่มา – บริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นปี 68 พุ่งทะลุ 10,000 รายเป็นปีที่สองติดต่อกัน