นักเศรษฐศาสตร์หั่นคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ หนุนเฟดลดดอกเบี้ย

นักเศรษฐศาสตร์ปรับลดคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ คาดเฟดลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง! ผลสำรวจล่าสุดชี้แนวโน้มการจ้างงานที่ชะลอตัวลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงเดินหน้าปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีก

จากการสำรวจนักเศรษฐศาสตร์จำนวน 80 ท่าน โดยบลูมเบิร์ก พบว่าการจ้างงานนอกภาคเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 71,000 ตำแหน่งต่อเดือนเท่านั้น นับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ไปจนถึงปี 2569 ซึ่งตัวเลขนี้ต่ำกว่าการคาดการณ์เมื่อเดือนก่อนถึง 20,000 ตำแหน่งเลยทีเดียว นอกจากนี้ ผลสำรวจยังบ่งชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ โดยคาดการณ์ว่า GDP จะขยายตัวเพียง 1.2% ต่อปี ก่อนที่จะกลับมาเร่งตัวขึ้นอีกครั้งในปี 2569

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายเชื่อว่า แนวโน้มคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เฟดทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ยรวม 1% ภายในเดือนกันยายนของปีหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการที่เฟดได้เริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด ได้อธิบายว่า ความกังวลเกี่ยวกับตลาดแรงงานเป็นเหตุผลสำคัญ และชี้ให้เห็นว่า ตลาดแรงงานในปัจจุบันไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนเดิมอีกต่อไป

ลุค ทิลลีย์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของวิลมิงตัน ทรัสต์ คอร์ป (Wilmington Trust Corp.) กล่าวว่า ความอ่อนแอของตลาดแรงงาน, การสูญเสียตำแหน่งงาน และการใช้จ่ายด้านบริการที่ชะลอตัวลง จะส่งผลกระทบมากกว่าผลจากการใช้มาตรการทางภาษีศุลกากร ทำให้เฟดมีความจำเป็นต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2568 และต้นปี 2569

สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งวัดจากดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน คาดว่าจะขึ้นไปแตะระดับเฉลี่ย 3.2% ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ก่อนที่จะค่อยๆ ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ ว่าจะยังคงซบเซาต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีนี้ ก่อนที่จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปีหน้า

นักเศรษฐศาสตร์หั่นคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับเฉลี่ยไม่ถึง 2% เนื่องจากการชะลอตัวของตลาดแรงงานยังคงเป็นปัจจัยกดดันการใช้จ่ายของภาคครัวเรือน

ในขณะเดียวกัน สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายนที่ผ่านมาว่า เศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ขยายตัวเร็วที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี โดยมีแรงหนุนหลักมาจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคธุรกิจ

คาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ กับผลกระทบต่อการตัดสินใจของเฟด

การที่นักเศรษฐศาสตร์ปรับลดคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณที่สำคัญไปยังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เกี่ยวกับสถานะของเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน การจ้างงานที่ชะลอตัวอาจบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่ลดลง และอาจนำไปสู่การชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้มักทำให้เฟดพิจารณาใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทำไมคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ จึงมีความสำคัญ?

การคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนทั้งในระดับบุคคล ธุรกิจ และระดับประเทศ ข้อมูลการจ้างงานช่วยให้บุคคลสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับการหางาน การเปลี่ยนงาน หรือการพัฒนาทักษะที่จำเป็น ธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อวางแผนการขยายธุรกิจ การลงทุน หรือการปรับลดขนาดองค์กร และรัฐบาลใช้ข้อมูลการจ้างงานเพื่อกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการเงินที่เหมาะสม

  • ผลกระทบต่อผู้บริโภค: การจ้างงานที่มั่นคงนำไปสู่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้นและการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
  • ผลกระทบต่อธุรกิจ: การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นช่วยให้ธุรกิจขยายตัวและลงทุนได้มากขึ้น
  • ผลกระทบต่อนโยบาย: ข้อมูลการจ้างงานมีความสำคัญต่อการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล

ดังนั้น การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลและเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ก.ย. 68)

ที่มา – โพลชี้นักเศรษฐศาสตร์หั่นคาดการณ์จ้างงานสหรัฐฯ หนุนเฟดลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *