นักการศึกษาจี้ทบทวนบทบาท AI ในแวดวงวิชาการ
ในการประชุมปักกิ่งฟอรั่ม 2025 (Beijing Forum 2025) ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากทั่วโลกได้แสดงความกังวลว่า การที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทในงานวิชาการมากขึ้น อาจบ่อนทำลายความสามารถในการคิดอย่างอิสระและสร้างสรรค์ของนักศึกษา ความกังวลนี้มีขึ้นหลังจากที่ AI แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเขียนเรียงความที่ซับซ้อนสำหรับช่วงกลางภาค งานนำเสนอ PowerPoint ที่สวยงาม และสรุปเนื้อหาจากบทอ่านยาว 100 หน้าได้ในไม่กี่วินาที
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แชตบอต (Chatbot) พลัง AI ที่ทรงประสิทธิภาพอย่างดีปซีค (DeepSeek) และแชตจีพีที (ChatGPT) ได้แทรกซึมเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยในจีนและทั่วโลกอย่างเงียบ ๆ การที่นักศึกษาหันมาพึ่งพา AI มากขึ้น ทำให้ผู้สอนเริ่มกังวลถึงผลกระทบในวงกว้าง และเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทบทวนบทบาท AI ในแวดวงวิชาการในระดับอุดมศึกษา
นักการศึกษาทั่วโลกจี้ทบทวนบทบาท AI ในแวดวงวิชาการ
เจฟฟรีย์ เลห์แมน รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เซี่ยงไฮ้ กล่าวในที่ประชุมว่า หากนักศึกษาพึ่งพา AI มากเกินไปในการสรุปบทความ พวกเขาจะเข้าใจเจตนาของผู้เขียนและตั้งคำถามต่อความถูกต้องของเนื้อหาได้น้อยลง ทักษะเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการอ่านและวิเคราะห์ข้อโต้แย้งในบทความ
“ถ้านักศึกษาโยนงานที่ควรทำเพื่อฝึกฝนทักษะที่จำเป็นไปให้ AI ก็เท่ากับกำลังทำร้ายตัวเองในระยะยาว” เลห์แมนเตือน
ในทางกลับกัน หยาง จุนเจี๋ย นักศึกษาปริญญาเอกสาขาปรัชญา มหาวิทยาลัยปักกิ่ง (PKU) กล่าวกับซินหัวว่า เขาพบว่ากระบวนการระดมสมองร่วมกับ AI นั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งในการเปิดมุมมอง
“มันช่วยให้ผมทำความเข้าใจแนวคิด ลำดับการให้เหตุผล และข้อสันนิษฐานเบื้องหลังที่ผมอาจไม่เข้าใจถ่องแท้ได้ด้วยตัวเอง” หยางกล่าว แม้จะยอมรับว่า AI ไม่สามารถสร้างองค์ความรู้หรือแนวคิดใหม่ทั้งหมดได้ แต่เขามองว่ามันเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการขัดเกลาความคิดของเขา
“เราบอกนักศึกษาว่า คุณคือนักบิน และ AI คือผู้ช่วยนักบิน ซึ่งการมีผู้ช่วยหลายคนก็เป็นเรื่องดี” เลห์แมนกล่าวเสริม “การมีผู้ช่วยนั้นมีประโยชน์ แต่สุดท้ายคุณก็ยังต้องเป็นคนคุมทิศทางอยู่ดี”
ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะต้องทบทวนบทบาท AI ในแวดวงวิชาการ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ นักการศึกษาทั่วโลกกำลังถกเถียงกันอย่างจริงจังถึงผลกระทบของ AI ต่อการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับมหาวิทยาลัย การที่ AI สามารถทำงานหลายอย่างแทนนักศึกษาได้ ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเรียงความ การสร้างงานนำเสนอ หรือแม้แต่การสรุปบทความยาวๆ ก็ทำให้เกิดคำถามว่า นักศึกษาจะยังคงพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการคิดวิเคราะห์และสร้างสรรค์ได้หรือไม่
ความกังวลหลักคือการที่นักศึกษาอาจพึ่งพา AI มากเกินไป จนละเลยการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งก็มองว่า AI เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการช่วยเหลือนักศึกษาให้เข้าใจเนื้อหาและขัดเกลาความคิดของตนเอง
ดังนั้น การทบทวนบทบาท AI ในแวดวงวิชาการจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ส่งผลเสียต่อการพัฒนาทักษะและความสามารถของนักศึกษา
การทบทวนบทบาท AI ในแวดวงวิชาการ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องปฏิเสธการใช้ AI อย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการหาจุดสมดุลระหว่างการใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้ และการพัฒนาทักษะที่จำเป็นด้วยตนเอง นักการศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้องจึงต้องร่วมมือกันเพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการใช้ AI ในการศึกษา เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาจะได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและเตรียมพร้อมสำหรับการทำงานในโลกอนาคต
การอภิปรายนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบูรณาการเทคโนโลยี AI ในระบบการศึกษา เราจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และหาวิธีการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีความรับผิดชอบ เพื่อให้ AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาแทนที่ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ดังนั้น การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย และการร่วมมือกันระหว่างนักการศึกษา นักพัฒนา AI และนักศึกษา จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของการใช้ AI ในแวดวงวิชาการ