ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16

ในช่วงที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16 แล้วนะครับ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอันดับต้นๆ ล่าสุดเดือนกุมภาพันธ์ ธนาคารกลางจีนหรือ PBOC เข้าซื้อทองเพิ่มอีก 30,000 ทรอยออนซ์ ทำให้ยอดรวมพุ่งสู่ 74.22 ล้านทรอยออนซ์ การสะสมนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 และไม่หยุดยั้งแม้ราคาทองจะพุ่งสูง
สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง หลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ทำให้ราคาทองคำทะลุ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ไปแล้ว นักลงทุนทั่วโลกหันไปเก็งกำไรทองคำกันหนัก ราคาที่เคยอ่อนตัวก่อนหน้ากลับมาพุ่งแรงแบบนี้
ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16: รายละเอียดการสะสม
ข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ยืนยันชัดเจนว่า ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16 โดยเพิ่มปริมาณถือครองอย่างต่อเนื่อง นี่ไม่ใช่แค่การซื้อแบบสุ่ม แต่เป็นกลยุทธ์ระยะยาวเพื่อกระจายความเสี่ยงจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและรับมือกับเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูง จีนมองว่าทองคำคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในยุคเศรษฐกิจโลกผันผวน
ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16 หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่ม
ความเสี่ยงจากสงครามและความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นตัวเร่งหลัก สถานการณ์ที่ร้อนระอุทำให้ตลาดหุ้นและพันธบัตรสั่นคลอน นักลงทุนสถาบันอย่างธนาคารกลางจึงหันไปหาทองคำ ซึ่งมีอุปสงค์สูงจากเอเชีย โดยเฉพาะจีนและอินเดีย
อย่างไรก็ตาม สภาทองคำโลก (World Gold Council) รายงานว่าการซื้อสุทธิของธนาคารกลางทั่วโลกในเดือนมกราคมชะลอลงเหลือเพียง 5 ตัน จากค่าเฉลี่ย 27 ตันต่อเดือนในรอบปีก่อนหน้า สาเหตุจากความผันผวนของราคาและช่วงวันหยุดยาว แต่นักวิเคราะห์ WGC เชื่อว่าเมื่อความตึงเครียดยังไม่คลี่คลาย ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16 และแนวโน้มนี้จะยืดเยื้อไปตลอดปี 2569
แนวโน้มการซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก
แม้จีนจะเป็นผู้นำ แต่บางประเทศเลือกขายทองคำออกมา เช่น ธนาคารกลางโปแลนด์ที่เสนอขายเพื่อนำเงินไปเสริมงบกลาโหม รัสเซียและเวเนซุเอลาก็ขายในช่วงที่ผ่านมา แต่โดยรวมยอดซื้อยังเหนือกว่าขายชัดเจน
- จีน: ซื้อต่อเนื่อง 16 เดือน สะสมกว่า 74 ล้านออนซ์
- เอเชียกลางและตะวันออก: นำการซื้อในมกราคม
- โปแลนด์: ผู้ซื้อใหญ่แต่เริ่มเสนอขาย
- รัสเซีย: ขายบางส่วนเพื่อ流动性
การเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนกลยุทธ์ที่แตกต่าง แต่ทองคำยังคงเป็นที่ชื่นชอบเพราะคุณสมบัติต้านเงินเฟ้อและความมั่นคง
สำหรับนักลงทุนไทย การที่ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องแบบนี้ ส่งผลให้ราคาทองในประเทศปรับตัวตามแรงซื้อจากจีน ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในโลก นี่คือโอกาสทองสำหรับพอร์ตลงทุน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินบาทผันผวน
ผลกระทบต่อตลาดทองคำไทย
ราคาทองคำในไทยพุ่งตามตลาดโลก ล่าสุดทะลุ 50,000 บาทต่อบาททองคำแล้ว นักลงทุนรายย่อยควรติดตามใกล้ชิด เพราะแนวโน้มขาขึ้นยังมีแรงหนุนจากธนาคารกลางใหญ่ๆ อย่างจีน
สรุปแล้ว ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16 เป็นสัญญาณบวกต่อตลาดทองคำทั้งโลก แม้จะมีความผันผวน แต่ทองคำคือ safe haven ที่เชื่อถือได้ ในมุมมองของผม นักลงทุนควรจัดสรรพอร์ตอย่างน้อย 10-20% ให้ทองคำเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากสนใจข้อมูลเพิ่มเติมหรือวิเคราะห์พอร์ตส่วนตัว สามารถติดต่อทีมที่ปรึกษาการลงทุนของเราได้เลยครับ หรือสมัครรับข่าวสารฟรีเพื่ออัพเดทราคาทองคำล่าสุดทุกวัน!
ที่มา – ธนาคารกลางจีนซื้อทองคำต่อเนื่องเดือนที่ 16 หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่ม