ทีมสปรินต์ไทยอันดับ 12 โลก ล่าแต้มโอลิมปิก
ผลงานของนักปั่นลู่ระยะสั้นทีมชาติไทยกำลังได้รับความสนใจจากแฟนกีฬาชาวไทยอย่างต่อเนื่อง หลังทีมสปรินต์ไทยทำผลงานได้ดีในศึกจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก 2026 ที่ประเทศจีน จนสามารถขยับอันดับโลกจากอันดับ 15 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 12 ถือเป็นพัฒนาการสำคัญก่อนเข้าสู่เส้นทางเก็บคะแนนเพื่อคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2028 ที่สหรัฐอเมริกา
ทีมสปรินต์ไทยอันดับ 12 โลก
พลเอกเดชา เหมกระศรี หรือ “เสธ.หมึก” นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทีมสปรินต์ไทยประกอบด้วย จาย อังค์สุธาสาวิทย์, จ.ต.นรเศรษฐ์ธาดา บุญมา และ ส.ต.ท.ยืนยง เพชรรัตน์ สามารถทำผลงานติดอันดับ 13 ในรายการทีมสปรินต์ จากการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก 2026 ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน
จากผลงานดังกล่าวทำให้ทีมชาติไทยมีคะแนนสะสมรวม 2,475 คะแนน และขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 12 ของโลกตามการจัดอันดับล่าสุดของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ UCI การขยับอันดับครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของนักกีฬา ทีมงานผู้ฝึกสอน และสมาคมฯ ที่ร่วมกันวางแผนพัฒนาศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง
ทีมสปรินต์ไทยอันดับ 12 โลก กับภารกิจล่าแต้มโอลิมปิก
เป้าหมายสำคัญของทีมสปรินต์ไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงการขยับอันดับโลกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเก็บคะแนนสะสมเพื่อคว้าสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 โดยการแข่งขันชิงแชมป์โลก 2026 ถือเป็นรายการแรกที่ถูกนำมาคำนวณคะแนนคัดเลือกนักกีฬาไทยเข้าสู่มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก
ในการแข่งขันครั้งล่าสุด ทีมไทยมีคะแนนสะสมสำหรับการคัดเลือกโอลิมปิก 525 คะแนน แม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ถือเป็นคะแนนที่มีความหมายอย่างมาก เพราะเส้นทางการเก็บคะแนนยังมีอีกหลายรายการให้ลงแข่งขัน นักกีฬาจำเป็นต้องรักษามาตรฐานการทำผลงาน รวมถึงพัฒนาความเร็วและความแข็งแรงให้ดีขึ้นในทุกสนาม
รายการสำคัญสำหรับการเก็บคะแนนโอลิมปิก มีดังนี้
- จักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์เอเชีย 2027 ที่ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2570
- จักรยานประเภทลู่เวิลด์คัพ ฤดูกาล 2027 จำนวน 3 สนาม ในแคนาดา ฮ่องกง และจีน
- จักรยานประเภทลู่ชิงแชมป์โลก UCI Track World Championships 2027 ที่ประเทศฝรั่งเศส
- การแข่งขันเวิลด์คัพ ฤดูกาล 2028 อีก 3 สนาม ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม – เมษายน 2571
นอกจากรายการทีมสปรินต์แล้ว นักปั่นไทยยังมีโอกาสเก็บคะแนนจากการแข่งขันประเภทสปรินต์บุคคลและคีริน ซึ่งเป็นรายการชิงเหรียญในโอลิมปิกเกมส์โดยตรง ดังนั้นทุกการแข่งขันจึงมีความสำคัญ และทุกเสี้ยววินาทีอาจส่งผลต่ออันดับและโอกาสในการคว้าตั๋วไปโอลิมปิก
แผนฝึกซ้อมเข้มข้น เตรียมพร้อมทุกสนาม
สำหรับแผนการฝึกซ้อม สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้อนุมัติแนวทางของ “โค้ชบีซ” ว่าที่ พ.ต.หญิง จุฑาธิป มณีพันธุ์ โดยให้นักกีฬาฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องที่สนามเวลโลโดรม หัวหมาก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงสิ้นปี 2569 โปรแกรมฝึกซ้อมจะเน้นการเพิ่มพละกำลัง ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการพัฒนาความเร็วในการออกตัวและการเร่งความเร็ว
จากนั้นทีมมีแผนเดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศจีนตลอดเดือนมกราคม 2570 โดยอยู่ระหว่างพิจารณาสถานที่ระหว่างนครกว่างโจวและเมืองเทียนจิน การฝึกซ้อมในจีนจะช่วยให้นักกีฬาคุ้นเคยกับสนามในร่มพื้นปาเกต์ระยะทาง 250 เมตร ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับสนามแข่งขันชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศมาเลเซีย
การเตรียมตัวล่วงหน้าเช่นนี้มีความจำเป็นอย่างมาก เพราะการแข่งขันจักรยานประเภทลู่ระยะสั้นตัดสินผลแพ้ชนะกันในเวลาเพียงเสี้ยววินาที นักกีฬาจึงต้องรักษาความฟิตตลอดทั้งปี ไม่ใช่เพียงเร่งฟอร์มในช่วงใกล้การแข่งขันเท่านั้น ทั้งความแข็งแรงของร่างกาย เทคนิคการขี่ การทำงานเป็นทีม และการตัดสินใจในสนาม ล้วนมีผลต่อผลการแข่งขัน
ผลงานของทีมสปรินต์ไทยในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน จากเดิมที่เคยอยู่อันดับ 5-6 ของเอเชีย และอันดับประมาณ 22 ของโลกในช่วงปี 2567-2568 ปัจจุบันทีมขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 ของเอเชีย เป็นรองเพียงจีนและญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังสามารถทำสถิติใหม่ด้วยเวลา 44.183 วินาที ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการไล่ล่าโควตาโอลิมปิก
อย่างไรก็ตาม สมาคมกีฬาจักรยานฯ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2570 เนื่องจากการเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศหลายรายการต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งค่าเดินทาง ค่าเก็บตัวฝึกซ้อม อุปกรณ์ และการดูแลนักกีฬา หากทีมต้องการรักษาอันดับและเพิ่มคะแนนอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนที่เพียงพอจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
ในมุมมองของแฟนกีฬา การที่ทีมสปรินต์ไทยสามารถขยับขึ้นสู่อันดับ 12 ของโลกได้ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าชื่นชม และเป็นหลักฐานว่าการวางแผนระยะยาวกำลังออกผล การเดินทางสู่โอลิมปิก 2028 ยังอีกยาวไกล แต่หากนักกีฬา ทีมงาน และผู้สนับสนุนเดินหน้าไปด้วยกัน ทีมสปรินต์ไทยก็มีโอกาสสร้างผลงานที่น่าประทับใจได้
บทส่งท้าย: แฟนกีฬาชาวไทยควรติดตามและส่งกำลังใจให้ทีมสปรินต์ไทยในทุกสนาม เพราะทุกคะแนนมีความหมายต่อเป้าหมายโอลิมปิก และทุกการแข่งขันคือโอกาสในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการจักรยานไทย
ที่มา – เสธ.หมึก เผยทีมสปรินต์ไทยขยับขึ้นอันดับ 12 ของโลก เดินหน้าล่าแต้มโอลิมปิก