ทำเนียบขาวท้าพิสูจน์ ลายเซ็นทรัมป์ในจดหมายเอปสตีน
ทำเนียบขาวออกมาท้าพิสูจน์ลายเซ็นทรัมป์ในจดหมายเอปสตีนแล้ว! หลังจากที่พรรคเดโมแครตออกมาแฉสมุดอวยพรที่มีลายเซ็นที่ถูกอ้างว่าเป็นของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตอาชญากรทางเพศผู้ล่วงลับ ทำเนียบขาวจึงประกาศพร้อมสนับสนุนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์ความจริง
เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดเผยจดหมายฉบับดังกล่าวซึ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว การเปิดเผยครั้งนี้สร้างแรงกดดันทางการเมืองอย่างหนักให้กับโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างแข็งขัน
ทรัมป์ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าลายเซ็นและข้อความในจดหมายนั้นไม่ใช่ของตนเองอย่างแน่นอน เขากล่าวว่า “นั่นไม่ใช่สำนวนของผม ไร้สาระสิ้นดี”
นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้ออกมาตอกย้ำจุดยืนของรัฐบาล โดยระบุว่า “ท่านประธานาธิบดีไม่ได้เขียนและไม่ได้ลงนามในจดหมายฉบับนี้” พร้อมปฏิเสธเรื่องเช็คอีกฉบับที่ถูกกล่าวอ้างว่าทรัมป์เป็นผู้เซ็นจ่ายให้กับเอปสตีน
ทำเนียบขาวท้าพิสูจน์ ลายเซ็นทรัมป์ในจดหมายเอปสตีน
อย่างไรก็ตาม ท่าทีของนักการเมืองพรรครีพับลิกันกลับมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป เจมส์ โคเมอร์ ประธานคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นแกนนำในการสอบสวนคดีเอปสตีน กล่าวว่าเขาเชื่อคำพูดของทรัมป์ และมองว่าคณะกรรมาธิการคงไม่ลงทุนลงแรงกับการตรวจสอบลายเซ็นที่ผ่านมานานหลายปีขนาดนั้น
ในทางตรงกันข้าม โทมัส แมสซี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันอีกคน แสดงความเห็นว่าลายเซ็นในจดหมายนั้น “ดูคล้าย” ของทรัมป์ และหวังว่าคณะกรรมาธิการจะส่งไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อไขข้อข้องใจให้สิ้นสุด “เราจะได้ไม่ต้องมาถกเถียงกันในสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้” เขากล่าว
ผลสำรวจความคิดเห็นจากสำนักข่าวรอยเตอร์และอิปซอสชี้ให้เห็นว่า สังคมอเมริกันยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยในคดีของเอปสตีน โดย 65% เชื่อว่ารัฐบาลกำลังปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเขา และ 72% เชื่อว่ามีการปกปิดรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
แม้คะแนนนิยมของทรัมป์ในการรับมือเรื่องนี้ในภาพรวมจะอยู่ที่เพียง 17% เท่านั้น แต่ในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันกลับเพิ่มขึ้นจาก 35% เป็น 44% แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในมุมมองของแต่ละกลุ่ม
ทำเนียบขาวโต้เดโมแครต สร้างเรื่องหลอกลวง
โฆษกทำเนียบขาวกล่าวหาว่าการเคลื่อนไหวของพรรคเดโมแครตในครั้งนี้เป็นเพียงความพยายามที่จะสร้าง “เรื่องหลอกลวง” (hoax) ขึ้นมาเพื่อทำลายชื่อเสียงของประธานาธิบดี และเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากผลงานความสำเร็จของรัฐบาล
“นี่คือสิ่งที่พวกเขาทำเมื่อพยายามอย่างยิ่งที่จะกุเรื่องขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา” เลวิตต์กล่าว
เรื่องราวลายเซ็นทรัมป์ในจดหมายเอปสตีนนี้ยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตามอย่างใกล้ชิด การตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์จะช่วยไขข้อสงสัยและนำไปสู่ความกระจ่างในเรื่องนี้ได้ในที่สุด
การที่ทำเนียบขาวออกมาท้าพิสูจน์ลายเซ็นในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของรัฐบาลในการตอบโต้ข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม การที่นักการเมืองในพรรครีพับลิกันเองมีความเห็นที่แตกต่างกัน ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าจะส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของทรัมป์อย่างไร
ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของลายเซ็นเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่ออดีตประธานาธิบดีและรัฐบาล
สุดท้ายแล้ว ผลการตรวจสอบลายเซ็นทรัมป์ในจดหมายเอปสตีนจะเป็นอย่างไร จะเป็นตัวตัดสินว่าเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อการเมืองอเมริกันในอนาคตมากน้อยแค่ไหน
ที่มา – ทำเนียบขาวออกโรงท้าพิสูจน์ลายเซ็นทรัมป์ในจดหมายถึงเอปสตีน หลังเดโมแครตแฉสมุดอวยพร