ทรัมป์เผย 2 เควินชิง ประธานเฟดคนใหม่

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าเมื่อวันศุกร์ว่า เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของเขาในการเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ หลังวาระการดำรงตำแหน่งของ เจอโรม พาวเวล สิ้นสุดลงในเดือนพ.ค. 2569

เรื่องราวการคัดเลือกประธานเฟดคนใหม่กลับมาเป็นที่สนใจอีกครั้ง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงตัวเลือกที่อยู่ในใจ หลายฝ่ายจับตามองว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้สำคัญนี้ เพราะการตัดสินใจของประธานเฟดมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งทรัมป์เองก็ยอมรับว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ที่จะเลือก เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก

ทรัมป์กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับเดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัลว่า เขาคิดว่าเป็นเช่นนั้น โดยระบุว่ามีเควิน 2 คน และทั้งสองคนล้วนยอดเยี่ยม

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะประกาศชื่อผู้ที่จะเข้ารับตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ในช่วงต้นปี 2569

ทรัมป์ระบุในการให้สัมภาษณ์ว่า ประธานเฟดคนต่อไปควรปรึกษากับเขาในเรื่องอัตราดอกเบี้ย แม้ว่าข้อตกลงระหว่างกระทรวงการคลังและธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อปี 2494 จะรับรองความเป็นอิสระของธนาคารกลางก็ตาม

ทรัมป์ยังกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ควรอยู่ที่ระดับ 1% หรืออาจต่ำกว่านั้น ภายในหนึ่งปีข้างหน้า

ทั้งนี้ เฟดปรับลดกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นลง 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 3.5%-3.75% เมื่อวันพุธ (10 ธ.ค.) โดยนับเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในปีนี้

ทำไมการเลือก ประธานเฟดคนใหม่ ถึงสำคัญ?

การเลือก ประธานเฟดคนใหม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และทั่วโลก เนื่องจากประธานเฟดมีอำนาจในการกำหนดนโยบายทางการเงินที่ส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ย, อัตราเงินเฟ้อ, และการจ้างงาน การตัดสินใจของประธานเฟดสามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้น, อัตราแลกเปลี่ยน, และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

การที่ทรัมป์ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของ ประธานเฟดคนใหม่ และความต้องการที่จะให้ปรึกษาหารือเรื่องอัตราดอกเบี้ย แสดงให้เห็นถึงความสนใจของเขาในการควบคุมนโยบายทางการเงินของประเทศ อย่างไรก็ตาม ความเป็นอิสระของธนาคารกลางเป็นหลักการสำคัญที่ได้รับการยอมรับกันทั่วโลก เพื่อป้องกันการแทรกแซงทางการเมืองและรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

สถานการณ์นี้จึงเป็นที่จับตามองของนักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนทั่วโลก เพราะการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งประธานเฟดและการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงิน อาจนำมาซึ่งความผันผวนในตลาดและการเปลี่ยนแปลงในทิศทางเศรษฐกิจในอนาคตอันใกล้ ใครจะได้เป็นประธานเฟดคนใหม่ต้องติดตามกันต่อไป!

ที่มา – “ทรัมป์” เผยมี 2 เควินลุ้นเก้าอี้ประธานเฟดคนใหม่ “วอร์ช” ขึ้นแท่นตัวเต็ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *