ทรัมป์สั่งเด้งจนท.รัฐ กดดันเดโมแครต หลังชัตดาวน์
การเมืองสหรัฐฯ ยังคงร้อนระอุ! ทรัมป์เดินหน้า ทรัมป์เดินหน้ากดดันเดโมแครต สั่งเด้งจนท.รัฐกว่า 4 พันคนแล้วหลังชัตดาวน์ยืดเยื้อ เพื่อหวังผลักดันแผนการใช้จ่ายของตนเอง ท่ามกลางวิกฤตชัตดาวน์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจ

จำนวนเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ถูกเลิกจ้างจากผลกระทบของการปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลกลางหรือชัตดาวน์ได้ถูกปรับลดลงเมื่อวันอังคาร (14 ต.ค.) ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ข้อกล่าวอ้างเบื้องต้นของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับจำนวนการเลิกจ้างพนักงานรัฐครั้งใหญ่นั้นสูงเกินจริง
ตามคำแถลงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่ยื่นต่อศาลในวันอังคารระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ได้เลิกจ้างเจ้าหน้าที่ 4,108 คน นับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นการชัตดาวน์ ขณะที่เอกสารอีกชุดที่ยื่นต่อศาลในสัปดาห์ก่อนประเมินตัวเลขดังกล่าวไว้ที่อย่างน้อย 4,278 คน
การเลิกจ้างครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของรัฐบาล เช่น การตรวจสอบโรคระบาด และการเตรียมความพร้อมสำหรับนักศึกษาในการเข้ามหาวิทยาลัย
จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ถูกเลิกจ้างคิดเป็นเพียงส่วนน้อยของจำนวนพนักงานรัฐบาลกลางทั้งหมด โดยหน่วยงานของสหรัฐฯ จ้างประชาชนทั่วไปประมาณ 2 ล้านคนในช่วงเริ่มต้นรัฐบาลของทรัมป์
ประธานาธิบดีทรัมป์ชี้ว่า การเลิกจ้างเป็นผลจากการชัตดาวน์ เนื่องจากทรัมป์และสภาคองเกรสยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับแผนการใช้จ่ายสำหรับหน่วยงานรัฐบาลกลาง โดยทรัมป์พยายามทรัมป์เดินหน้ากดดันเดโมแครต สั่งเด้งจนท.รัฐกว่า 4 พันคนแล้วหลังชัตดาวน์ยืดเยื้อ ให้ยอมรับแผนการใช้จ่ายของเขาด้วยการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่และตัดงบประมาณของโครงการที่เขาระบุว่าพรรคเดโมแครตให้การสนับสนุน
นับตั้งแต่ปี 2524 สหรัฐฯ ทำการชัตดาวน์รัฐบาลกลางทั้งหมด 15 ครั้ง ทำให้พนักงานหลายแสนคนถูกพักงาน แต่ยังไม่เคยมีประธานาธิบดีคนใดใช้ชัตดาวน์เป็นข้ออ้างสำหรับการเลิกจ้างพนักงานรัฐจำนวนมาก
สหภาพเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางได้ฟ้องศาลเพื่อยกเลิกการเลิกจ้าง โดยระบุว่ากฎหมายห้ามหน่วยงานของสหรัฐฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส แม้จะมีข้อยกเว้นบางประการ เช่น เรื่องความมั่นคงของชาติและบริการสำคัญเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน สหภาพยังชี้ว่าการเลิกจ้างไม่ถือเป็นบริการสำคัญ และการชัตดาวน์ไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอสำหรับการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก
ทั้งนี้ ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางมีกำหนดพิจารณาคดีนี้ในวันนี้ (15 ต.ค.)
ในช่วงเช้าวานนี้ (14 ต.ค.) สมาชิกสภาจากรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนียประณามการเลิกจ้างในการชุมนุมใกล้ทำเนียบขาว โดยระบุว่าการเลิกจ้างส่งผลกระทบต่อครอบครัวของประชาชนที่พวกเขาเป็นตัวแทนอยู่ ซึ่งประมาณ 20% ของพนักงานรัฐบาลกลางอาศัยอยู่ในวอชิงตัน ดี.ซี., แมริแลนด์ และเวอร์จิเนีย
ดอน เบเยอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตรัฐเวอร์จิเนียกล่าวในการชุมนุมว่า พวกเขาจะไม่ยอมให้คนใจแคบที่ไม่มีความเห็นอกเห็นใจมาตัดสินหรือกำหนดตัวตนของพวกเขา
ทรัมป์เดินหน้ากดดันเดโมแครต สั่งเด้งจนท.รัฐกว่า 4 พันคนแล้วหลังชัตดาวน์ยืดเยื้อ
สถานการณ์ล่าสุด: ทรัมป์เดินหน้ากดดันเดโมแครต
สถานการณ์การเมืองในสหรัฐอเมริกายังคงเป็นที่น่าจับตามอง เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงดำเนินกลยุทธ์กดดันพรรคเดโมแครตอย่างต่อเนื่อง โดยการสั่งเลิกจ้างเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากหลังจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือที่เรียกว่า ชัตดาวน์
การกระทำดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยหลายฝ่ายมองว่าเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง และส่งผลกระทบต่อการบริการสาธารณะและความเป็นอยู่ของประชาชน
การที่ทรัมป์ทรัมป์เดินหน้ากดดันเดโมแครต สั่งเด้งจนท.รัฐกว่า 4 พันคนแล้วหลังชัตดาวน์ยืดเยื้อ ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการบริหารประเทศ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง
อนาคตของการเมืองอเมริกันจะเป็นอย่างไรต่อไป? ต้องติดตามดูกันต่อไปว่าความขัดแย้งนี้จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด และประชาชนจะได้รับผลกระทบมากน้อยแค่ไหน
การทรัมป์เดินหน้ากดดันเดโมแครต สั่งเด้งจนท.รัฐกว่า 4 พันคนแล้วหลังชัตดาวน์ยืดเยื้อ แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่สูงขึ้นในสหรัฐอเมริกา และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต
ที่มา – ทรัมป์เดินหน้ากดดันเดโมแครต สั่งเด้งจนท.รัฐกว่า 4 พันคนแล้วหลังชัตดาวน์ยืดเยื้อ