ทบ.ยัน กัมพูชาตั้งใจใช้พื้นที่โบราณสถานโจมตีไทย
กองทัพบก (ทบ.) ยืนยันข้อเท็จจริงตามหลักกติกาสากลว่า กัมพูชา ตั้งใจใช้พื้นที่โบราณสถาน ปฏิบัติการทางทหาร โจมตีไทย ทำให้ไทยจำเป็นต้องตอบโต้ โดยเช้าวันนี้ กัมพูชาได้เปิดฉากยิงทหารไทยแล้ว 2 จุด
พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามกองทัพไทยที่โจมตีในพื้นที่ปราสาทตาควาย และอ้างว่าการโจมตีของฝ่ายไทยสร้างความเสียหายแก่ปราสาทพระวิหารว่า ประเทศไทยยึดมั่นในอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1954 ซึ่งกำหนดให้โบราณสถานต้องได้รับการคุ้มครองในกรณีความขัดแย้งทางอาวุธ และห้ามการโจมตีหรือการกระทำใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย

อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาฯ มีข้อยกเว้นที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากมีการนำโบราณสถานไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร เช่น การตั้งฐานที่มั่น การควบคุมการปฏิบัติการ การเป็นจุดซุ่มยิง หรือใช้เป็นพื้นที่เตรียมการโจมตี พื้นที่ดังกล่าวอาจสูญเสียความคุ้มครองในทางกฎหมายเป็นการชั่วคราว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการทางทหาร
ดังนั้น เมื่อฝ่ายกัมพูชาตั้งใจใช้พื้นที่โบราณสถาน ปฏิบัติการทางทหาร โจมตีไทย อาณาบริเวณโบราณสถานจึงเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงใช้เป็นที่ตั้งระบบตรวจการณ์ และที่ตั้งระบบอาวุธยิงเพื่อใช้โจมตีต่อฝ่ายไทย ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นพื้นที่ที่ “สูญเสียความคุ้มครองชั่วคราว” ตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1954
กรณีพื้นที่ปราสาทตาควายและพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ถูกฝ่ายกัมพูชานำมาใช้เพื่อการปฏิบัติการทางทหาร โดยใช้เป็นที่ตั้งระบบอาวุธยิง เป็นคลังเก็บกระสุนวัตถุระเบิด และทุ่นระเบิด สำหรับใช้โจมตีทำร้ายฝ่ายไทย ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพปรากฏให้เห็นอยู่ตามสื่อโซเชียลได้ทั่วไป จึงควรเป็นฝ่ายกัมพูชาเองที่เป็นฝ่ายที่ทำผิดกฎหมายมนุษยธรรมและทำผิดกติกาสากล รวมถึงเป็นฝ่ายที่ไม่เห็นคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรม
ฝ่ายไทยจึงมีสิทธิ์อันชอบธรรมที่จะปกป้องภัยคุกคามเหล่านั้นได้ตามความเหมาะสม และได้สัดส่วน ตามหลักกติกาสากล เป็นไปตามความจำเป็นเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้บีบบังคับ
ทบ.ยัน กัมพูชาตั้งใจใช้พื้นที่โบราณสถานโจมตีไทย
สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการใช้พื้นที่โบราณสถานในปฏิบัติการทางทหาร
ทำไมกัมพูชาถึงเลือกใช้พื้นที่โบราณสถาน?
การเลือกใช้พื้นที่โบราณสถานในปฏิบัติการทางทหารอาจมีหลายเหตุผล เช่น ความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ ความยากลำบากในการเข้าถึงของศัตรู อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองโบราณสถานในช่วงความขัดแย้ง
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้พื้นที่โบราณสถานในการสู้รบนั้นมีมากมาย ทั้งความเสียหายต่อตัวโบราณสถานเอง การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การที่กองทัพบกออกมาแถลงการณ์ยืนยันว่า กัมพูชาตั้งใจใช้พื้นที่โบราณสถาน ปฏิบัติการทางทหาร โจมตีไทย นั้น เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยของตนเอง อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งนี้ควรได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธีผ่านการเจรจาและความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียและความเสียหายมากยิ่งขึ้น
การรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน
ในสถานการณ์ที่อ่อนไหวเช่นนี้ การพิจารณาข่าวสารอย่างรอบด้านและการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีเหตุผลจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าใจผิดและการขยายความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น การตัดสินใจใด ๆ ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
ที่มา – ทบ. ยืนยัน กัมพูชาตั้งใจใช้พื้นที่โบราณสถาน ปฏิบัติการทางทหาร โจมตีไทย จำเป็นต้องตอบโต้