ทนายเกิดผล วอนคืนที่ดิน 1,000 ไร่ให้วัดพระบาทน้ำพุ

ทนายเกิดผล วอน ทายาทไวยาวัจกร คืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้ วัดพระบาทน้ำพุ เผย ถ้าสำนึกคงคืนตั้งนานแล้ว แถมบอกยากได้ให้ไปฟ้องเอา

จากกรณีเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุที่มีการโบ้ยกันไปกันมาระหว่าง หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ กับ หลวงพ่ออลงกต ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตและกลายเป็นคดีที่อยู่ในมือตำรวจกองปราบ จากนั้นก็มีประเด็นใหม่ขึ้นมา กรณีที่ดิน 1,000 ไร่ ที่ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนชื่อ

ล่าสุดวันที่ 10 ส.ค.2568 ทนายเกิดผล แก้วเกิด กล่าวว่า ตนไม่ค่อยมีข้อมูล แต่ที่ตนทราบเรื่อง ก็เพราะว่าตนเคยเป็นทนายให้กับเจ้าอาวาส และตนทราบมาว่าที่ดินดังกล่าวมีมานานแล้ว มีมาก่อนตั้งมูลนิธิ ซึ่งเป็นยุคแรก ๆ แล้วก็มีเพียงแค่วัด และไวยาวัจกรเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

ตนไม่แน่ใจว่าที่ดิน 1,000 ไร่นี้ ได้มีการบริจาคเป็นที่ดินเลย หรือเป็นเงินสด แต่ที่ดินพื้นดังกล่าวอยู่ในอ.หนองม่วง ไม่ได้อยู่ติดกับวัด แต่เดิมที่ดินผืนดังกล่าวมีการถือครองรายชื่อ แต่ปัจจุบันก็ได้มีการโอนให้เป็นของหน่วยงานราชการ เพราะพื้นที่บางส่วน มีการสร้างโรงเรียนสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ พื้นที่บางส่วนก็เป็นชื่อของมูลนิธิ และพื้นที่บางส่วนก็ยังมีการสร้างเป็นหมู่บ้าน เพื่อรองรับผู้ป่วยเอชไอวี

ส่วนที่ดินที่เหลือผู้ครอบครองก็คือทายาทของไวยาวัจกรคนเก่า ก็คือไวยาวัจกรคนเก่าเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขาไม่ได้โอนกลับมา ชื่อจึงตกเป็นของทายาท แล้วทายาทก็ยังไม่โอนคืนทางวัด ซึ่งทางวัดเคยมีการทวงถามไปแล้ว แต่ทางทายาทกลับมีการบ่ายเบี่ยง ในตอนแรกทายาทใช้คำว่า พร้อมเมื่อไหร่จะคืน แต่พอทวงถามหลายครั้งเข้า เขาก็พูดออกมาแล้วว่า ถ้าอยากได้ให้ไปฟ้องเอา

ตนมองว่า ที่เขาไม่ยอมเปลี่ยนชื่อคืน เพราะเขาเป็นทายาทรุ่นลูกหลาน เขาคงมองว่าเป็นทรัพย์สินของบรรพบุรุษเขา แต่ความเป็นจริงที่ผืนนั้นต้องคืนให้กับมูลนิธิ ซึ่งเรื่องทั้งหมดมันก็ต้องอยู่ที่เจ้าอาวาส เพราะเจ้าอาวาสเป็นคนคิดที่จะซื้อที่ดินผืนดังกล่าว และเป็นคนคิดในการสร้างโรงเรียน หมู่บ้านในพื้นที่นั้น ซึ่งทั้งหมดก็ต้องเป็นเจ้าอาวาสที่ต้องอธิบายได้

ซึ่งตนจะฝากถึงผู้ถือครอง ว่าตอนที่พ่อของเขาเป็นไวยาวัจกร เขานับถือเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเป็นอย่างมาก มันเป็นสิ่งที่ต้องส่งมอบคืนมูลนิธิ หรือวัดตามวัตถุประสงค์ ซึ่งมันไม่ใช่ของคุณพ่อคุณ และมันไม่ใช่ของของคุณ ไม่ควรจะถือไว้ ถ้าคุณสำนึกคุณคงคืนตั้งแต่ตอนแรกแล้ว เรื่องคงไม่บานปลายแบบนี้

ทนายเกิดผล วอน ทายาทไวยาวัจกร คืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้ วัดพระบาทน้ำพุ

เรื่องราวของที่ดิน 1,000 ไร่ ที่เกี่ยวข้องกับวัดพระบาทน้ำพุ กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ ทนายเกิดผล วอน ทายาทไวยาวัจกร คืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้ วัดพระบาทน้ำพุ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาคเดิม

ความสำคัญของที่ดิน 1,000 ไร่ สำหรับวัดพระบาทน้ำพุ

ที่ดินจำนวน 1,000 ไร่ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวัดพระบาทน้ำพุ เนื่องจากถูกใช้เป็นพื้นที่ในการดูแลผู้ป่วย HIV/AIDS และสร้างประโยชน์ให้กับสังคมในวงกว้าง การที่ ทนายเกิดผล วอน ทายาทไวยาวัจกร คืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้ วัดพระบาทน้ำพุ จึงเป็นการเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมและเป็นการรักษาเจตนารมณ์ของผู้บริจาค

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ทายาทของไวยาวัจกรคนเก่า ยังไม่ได้โอนที่ดินคืนให้กับวัด ทำให้เกิดข้อสงสัยถึงเจตนาที่แท้จริง การที่ทนายเกิดผลออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้วัดพระบาทน้ำพุได้รับที่ดินคืน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมได้อย่างเต็มที่

การคืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้กับวัดพระบาทน้ำพุ ไม่เพียงแต่เป็นการทำตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างแท้จริง การที่ ทนายเกิดผล วอน ทายาทไวยาวัจกร คืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้ วัดพระบาทน้ำพุ จึงเป็นการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการทำบุญและการช่วยเหลือผู้อื่น

การติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ ทนายเกิดผล วอน ทายาทไวยาวัจกร คืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้ วัดพระบาทน้ำพุ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของปัญหา และอาจเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราเห็นคุณค่าของการทำตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค และความสำคัญของการส่งต่อความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ต้องการอย่างแท้จริง การที่ทนายเกิดผลออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ จึงเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมให้สังคมหันมาใส่ใจในประเด็นเหล่านี้มากขึ้น

ที่มา – ทนายเกิดผล วอน ทายาทไวยาวัจกร คืนที่ดิน 1,000 ไร่ ให้ วัดพระบาทน้ำพุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *