ด่วน! อนุทิน ชนะโหวต เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32
อนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเสียงโหวตจากสภาให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย
เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ณ รัฐสภา ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 3 ครั้งที่ 20 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม เริ่มต้นในเวลา 09.40 น. น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอญัตติให้เลื่อนวาระการโหวตให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ขึ้นมาพิจารณาก่อน
ต่อมาในเวลา 11.20 น. ที่ประชุมได้ลงมติเห็นด้วย 313 เสียง ไม่เห็นด้วย 142 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง และไม่ลงคะแนน 5 เสียง ให้เลื่อนวาระการพิจารณาเรื่องด่วนที่ 8 เรื่องให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขึ้นมาพิจารณาก่อน
จากนั้นในเวลา 12.05 น. นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค เป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะที่ นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.พรรคเพื่อไทย ได้เสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ เป็นบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
หลังจากนั้น ประธานสภาฯ ได้เปิดให้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างเปิดเผยและโปร่งใส โดยใช้วิธีการขานชื่อ สส.เรียงตามลำดับตัวอักษร
ผลปรากฏว่า ภายหลังจากการลงคะแนนผ่านไปได้ช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเสียงเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภา คือ 247 เสียงขึ้นไป จากสมาชิกทั้งหมด 492 คน จึงถือว่านายอนุทินได้รับการเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 อย่างเป็นทางการ
อนุทิน ชนะโหวต เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32
การได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ถือเป็นก้าวสำคัญทางการเมืองของเขา และพรรคภูมิใจไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรวบรวมเสียงสนับสนุนจากหลากหลายพรรคการเมือง
อนาคตประเทศไทยภายใต้การนำของอนุทิน
สิ่งที่น่าจับตามองต่อไปคือ นโยบายและแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน จะเป็นอย่างไร จะสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้หรือไม่ และจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้อย่างไร
การจัดตั้งรัฐบาลผสมที่เข้มแข็ง และการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ของทุกฝ่าย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงในอนาคต การที่นายอนุทินได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 นั้น ถือเป็นความหวังของประชาชนหลายภาคส่วนที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น
การบริหารประเทศในยุคปัจจุบันนั้น เต็มไปด้วยความท้าทายและความซับซ้อน รัฐบาลใหม่จะต้องเผชิญกับปัญหาที่หลากหลาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม และปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำพาประเทศไปสู่ความสำเร็จ
ดังนั้น การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประเทศไทย
ที่มา – ด่วน! อนุทิน ฉลุย สภาโหวตเห็นชอบเป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 32