ดีเอสไอสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว. จับตา กกต.

ดีเอสไอเผย คดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว. ลุยสอบพยานกว่า 1,200 ราย เผยพยานบางส่วนสารภาพ-ซักทอดข้อมูลไว้แล้ว แย้มชุดไต่สวน กกต. ขยายผล“คนกลุ่มใหม่” ไม่ซ้ำสำนวน 229 รายแรก

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2568 คณะพนักงานสอบสวนกรณีตรวจสอบขบวนการอั้งยี่ ฟอกเงิน สว. เปิดเผยถึงความคืบหน้า ว่า หลังจาก อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จาก 10 กองคดีภายในกรม ให้ดำเนินการสอบสวนปากคำพยานทั้ง 1,200 ราย ซึ่งกระจายทั่วพื้นที่ 45 จังหวัด

โดยทั้งหมด มีพยานหลักฐานเชื่อได้ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการจัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้ไปสมัคร สว. แต่กลับไม่ได้ลงคะแนนให้ตัวเอง และไปเลือกลงคะแนนให้บุคคลอื่นที่จัดตั้งขึ้น หรือเรียกว่า เป็นการพลีชีพ หรือ โหวตเตอร์ จึงต้องสอบสวนมาให้ได้ซึ่งข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการสอบสวนปากคำพยาน ตอนนี้ยังไม่ครบทั้ง 1,200 ราย แต่ก็เดินหน้าทยอยสอบปากคำต่อเนื่อง จนกว่าจะถึงขั้นตอนพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหา เนื่องจากการสอบปากคำพยานที่ผ่านมา มีพยานบางส่วนยอมรับสารภาพให้การซักทอด เป็นประโยชน์ต่อสำนวนคดี พนักงานสอบสวน จึงต้องรวบรวมถ้อยคำให้การทั้งหมดมาประกอบการพิจารณากับพยานหลักฐาน

นอกจากนี้ ยังต้องดูในส่วนของ กกต. ที่อยู่ระหว่างดำเนินการสำนวนคดีฮั้ว สว. ควบคู่ไปด้วย เพราะว่ามีผลเชื่อมโยงกันกับคดีอาญา ที่เป็นมูลฐานมาจากกฎหมายเลือกตั้งดังกล่าว ทั้งนี้ ในส่วนของสำนวนคดีฮั้ว สว.ของ กกต. เองทราบว่าที่ผ่านมาก็มีการเรียกสอบสวนปากคำเพิ่มเติม

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยอีกว่า ส่วนที่ ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. มีหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 4 ก.ย.68 ส่งถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน โดยได้ส่งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 3 ราย (เดิม) ไปร่วมนั้น เพื่อดำเนินการไต่สวนเรื่องคัดค้านการเลือก สว.ระดับประเทศ กรณีมีการกล่าวหาว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 77 (1)

โดยครั้งนี้ จะไม่ใช่การสอบสวนผู้ถูกกล่าวหากลุ่มเดิมก่อนหน้านี้ 229 ราย ได้แก่ สว.ตัวจริง จำนวน 138 ราย กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และเครือข่ายของพรรค จำนวน 91 ราย แต่จะเป็นคนกลุ่มใหม่ที่ กกต. ขยายผลพบเจอว่า มีลักษณะการฮั้ว สว.เช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นอำนาจการพิจารณาของ กกต. ว่าจะดำเนินการสอบสวน “คนกลุ่มใหม่” เข้าสู่สำนวนกฎหมายเลือกตั้งอย่างไร จะตั้งเป็นเรื่องใหม่ หรือเรื่องต่อเนื่องกับสำนวน 229 รายแรกหรือไม่

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า สำหรับสำนวนคดีอาญา อั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ที่ดีเอสไอดำเนินการนั้น ก็ต้องดูประกอบกับสำนวนคดีฮั้ว สว. ตามกฎหมายเลือกตั้งที่ กกต. ดำเนินการอยู่ด้วย และก็ต้องรับฟังพนักงานอัยการประกอบกันด้วย เพราะทั้งคดีอาญาที่ดีเอสไอดำเนินการ กับคดีกฎหมายการเลือกตั้งที่ กกต. ดำเนินการมันมีความเกี่ยวข้องกันอยู่แล้ว

ดีเอสไอ ลุยสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว. จับตาสำนวนฮั้วสว. ของกกต. ขยายผล“คนกลุ่มใหม่”

คดีดีเอสไอ ลุยสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว. กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การทำงานร่วมกันระหว่างดีเอสไอและ กกต. มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคลี่คลายความจริงและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

ความคืบหน้าล่าสุดของคดีดีเอสไอ ลุยสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว.

ขณะนี้ดีเอสไอได้สอบพยานไปแล้วกว่า 1,200 ราย และมีพยานบางส่วนให้การที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี การขยายผลของ กกต. ไปยัง “คนกลุ่มใหม่” ที่มีพฤติการณ์ฮั้ว สว. เช่นเดียวกัน ยิ่งทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น

ความเชื่อมโยงระหว่างสำนวนคดีอาญาของดีเอสไอและสำนวนคดีฮั้ว สว. ของ กกต. จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

การที่พยานบางส่วนยอมรับสารภาพและให้การซักทอด ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญ แต่กระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานและการพิจารณาของพนักงานอัยการยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การเปิดเผยข้อมูลของดีเอสไอ ทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงความคืบหน้าของคดี แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการดำเนินการอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม

คดีดีเอสไอ ลุยสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว. จับตาสำนวนฮั้วสว. ของกกต. ขยายผล“คนกลุ่มใหม่” นี้เป็นบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของหน่วยงานภาครัฐในการปราบปรามการทุจริตและการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้ง

ที่มา – ดีเอสไอ ลุยสอบคดีอั้งยี่-ฟอกเงินสว. จับตาสำนวนฮั้วสว. ของกกต. ขยายผล“คนกลุ่มใหม่”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *