ณพ ณรงค์เดช จ่อยื่นอุทธรณ์ คดียักยอกทรัพย์
ณพ ณรงค์เดช จ่อยื่นอุทธรณ์ หลังศาลยกฟ้อง กฤษณ์ คดียักยอกทรัพย์กองมรดก ชี้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกไม่มีเจตนายักยอก พิพากษายกฟ้อง
เมื่อวันที่ 25 ก.ย.68 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.599/2567 ที่นายณพ ณรงค์เดช นักธุรกิจชื่อดัง เป็นโจทก์ฟ้อง นายกฤษณ์ ณรงค์เดช พี่ชาย เป็นจำเลยในความผิดฐานยักยอกทรัพย์กองมรดก
กรณีนายกฤษณ์ เป็นจำเลยในฐานะเป็นผู้จัดการมรดก ยักยอกเงินที่ได้รับจากการขายที่ดินของกองมรดก ดร.ถาวร พรประภา และคุณหญิง พรทิพย์ พรประภา บิดา-มารดา โดยการโอนเงินจำนวนดังกล่าวไปยังบัญชีส่วนตัวของจำเลยเอง โดยไม่เคยแจ้งเรื่องดังกล่าวให้โจทก์ทราบ ต่อมาเมื่อโจทก์ตรวจสอบพบ จึงนำคดีมาฟ้องขอให้ศาลพิพากษาจำเลย โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว
ศาลพิเคราะห์เเล้วเห็นว่า จำเลยทำหน้าที่ผู้จัดการมรดก โจทก์จำเลยเเละทายาทที่เหลือก็ได้ตกลงรับรู้กันว่า จะนำเงินกองมรดกไปซื้อที่ดินที่ อ.สีคิ้ว มูลค่า 100 กว่าล้านบาท โดยจำเลยออกเงินสำรองไปก่อนส่วนหนึ่ง จำเลยยังเอื้อเฟื้อจ่ายค่าโอนที่ดินภาษีเอง เเละภายหลังเมื่อมีการขายที่ดินกองมรดกนี้ได้ จำเลยได้หักเงินเข้าบัญชีของตนเอง ซึ่งเป็นส่วนของจำเลยที่ชำระไปก่อนหน้านี้ ซึ่งสามารถทำได้ นอกจากนี้ในส่วนที่เหลือกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท จำเลยเเบ่งให้โจทก์เเละทายาทที่เหลือไปเเล้วคนละ 4 ล้านเศษ จำเลยไม่มีเจตนายักยอกทรัพย์กองมรดกของตนเอง พิพากษายกฟ้อง
ด้านนายณพ กล่าวภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องว่า คดีนี้เป็นเรื่องของการจัดการมรดกข้อเท็จจริง ในวันนี้ศาลฟังได้ว่ามีการนำเงินกองมรดกเข้าบัญชีส่วนตัวจริง แต่การตีความข้อกฎหมายศาลมองว่าผู้จัดการมรดกสามารถนำเงินไปไว้ในบัญชีของตนเองได้ หลังจากนี้ตนและทีมทนายความจะใช้สิทธิ์ยื่นอุทธรณ์ต่อไป
เมื่อถามว่าคำพิพากษาในวันนี้กับช่องทางอุทธรณ์คดีจะมีความยากหรือไม่ นายณพ กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ถ้าเห็นต่างกับศาลชั้นต้นก็ใช้สิทธิ์อุทธรณ์ต่อไป
เมื่อถามว่าสาเหตุหลักที่ศาลยกฟ้องเป็นเรื่องเจตนาหรือไม่ นายณพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย ซึ่งตนปรึกษากับที่ปรึกษาทางกฎหมายก็มองว่าในเรื่องการตีความข้อกฎหมายอาจจะเห็นต่างกัน และยืนยันว่าถ้าเรื่องนี้สามารถคุยกันได้ตั้งแต่แรกจะดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องขึ้นมาสู่ชั้นศาล เมื่อมาถึงขั้นนี้ก็ต้องดำเนินตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
เมื่อถามว่าคดีที่ศาลแขวงพระนครใต้ที่ชนะคดีเป็นอย่างไรบ้าง นายณพ กล่าวว่า คดีนั้นจำเลยใช้สิทธิ์อุทธรณ์คดีอยู่และตนก็ได้ยื่นค้านการอุทธรณ์ ซึ่งกำลังรอคำพิพากษาอยู่
ขณะที่นายกฤษณ์ กล่าวสั้นๆ ภายหลังจากที่ศาลพิพากษายกฟ้องว่า ต้องขอขอบคุณศาลที่ให้ความเป็นธรรมกับตนเอง และยืนยันว่าได้จัดการส่วนแบ่งมรดกทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว
ณพ ณรงค์เดช จ่อยื่นอุทธรณ์ หลังศาลยกฟ้อง กฤษณ์ คดียักยอกทรัพย์กองมรดก
จากกรณีข่าวดัง ณพ ณรงค์เดช จ่อยื่นอุทธรณ์ หลังศาลยกฟ้อง กฤษณ์ คดียักยอกทรัพย์กองมรดก ทำให้หลายคนสนใจเรื่องการจัดการมรดกและการยื่นอุทธรณ์คดีมากขึ้น
ทำไม ณพ ณรงค์เดช ถึงจ่อยื่นอุทธรณ์ คดียักยอกทรัพย์กองมรดก?
เหตุผลหลักที่นายณพตัดสินใจยื่นอุทธรณ์คือความเห็นต่างในเรื่องการตีความข้อกฎหมาย โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเงินกองมรดกและการนำเงินเข้าบัญชีส่วนตัว แม้ว่าศาลชั้นต้นจะมองว่าการกระทำดังกล่าวสามารถทำได้ในฐานะผู้จัดการมรดก แต่นายณพและทีมทนายความเชื่อว่ายังมีข้อกฎหมายอื่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม
การยื่นอุทธรณ์เป็นสิทธิ์ตามกฎหมายที่ผู้เสียหายสามารถใช้ได้เมื่อไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาลชั้นต้น กระบวนการนี้จะเปิดโอกาสให้มีการพิจารณาคดีอีกครั้งโดยศาลที่สูงกว่า เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
คดีความดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดการมรดกและความสำคัญของการมีที่ปรึกษาทางกฎหมายที่เชี่ยวชาญ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความขัดแย้งและป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้
การจัดการมรดกเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและซับซ้อน จำเป็นต้องมีความเข้าใจในข้อกฎหมายและกระบวนการต่างๆ อย่างถูกต้อง เพื่อให้การแบ่งปันทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย
สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับการจัดการมรดก หรือต้องการคำแนะนำทางกฎหมายเพิ่มเติม สามารถปรึกษาทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมรดกเพื่อขอคำแนะนำและความช่วยเหลือได้
ณพ ณรงค์เดช จ่อยื่นอุทธรณ์ หลังศาลยกฟ้อง กฤษณ์ คดียักยอกทรัพย์กองมรดก เป็นอุทาหรณ์ให้เราเห็นถึงความสำคัญของการจัดการมรดกอย่างรอบคอบและการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมาย
ที่มา – ณพ ณรงค์เดช จ่อยื่นอุทธรณ์ หลังศาลยกฟ้อง กฤษณ์ คดียักยอกทรัพย์กองมรดก