ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เตรียมหารือทางโทรศัพท์ คาดถกปมช่องแคบฮอร์มุซ

ในสถานการณ์ตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซกำลังกลายเป็นจุดร้อนของโลก ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เตรียมหารือทางโทรศัพท์ คาดถกปมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นข่าวสำคัญที่นักลงทุนและผู้สนใจ geopolitics ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวว่า รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองฝ่ายกำลังประสานงานเพื่อจัดการประชุมทางโทรศัพท์ โดยอาจเกิดขึ้นภายในวันนี้ (16 มี.ค.)
ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เตรียมหารือทางโทรศัพท์ คาดถกปมช่องแคบฮอร์มุซ
การสนทนาครั้งนี้คาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่ข้อเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ชาติพันธมิตรส่งเรือรบไปคุ้มครองช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ต้องการประเมินท่าทีของสหรัฐฯ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ จะบินตรงไปพบปธน.ทรัมป์ที่วอชิงตันในวันพฤหัสบดี (19 มี.ค.)
สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง
สงครามในตะวันออกกลางที่ลุกลามเข้าสู่สัปดาห์ที่สาม ทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทบหยุดชะงัก ช่องแคบแห่งนี้ขนส่งน้ำมันดิบราว 20% ของโลก และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยญี่ปุ่นซึ่งพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางกว่า 90% ได้รับผลกระทบหนักหน่วงที่สุด เพราะน้ำมันส่วนใหญ่ต้องผ่านช่องแคบนี้
ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีดังนี้:
- ราคาน้ำมันพุ่งสูง: ตลาดโลกจับตาความเสี่ยง supply disruption ส่งผลให้ Brent crude พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- เศรษฐกิจญี่ปุ่นสะเทือน: ค่าใช้จ่ายนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้น กระทบอุตสาหกรรมและผู้บริโภค
- ความมั่นคงพลังงานโลก: ประเทศผู้นำเข้าน้ำมันใหญ่ๆ อย่างจีน อินเดีย และยุโรป ก็เริ่มวิตกกังวล
- บทบาทสหรัฐฯ: ทรัมป์กดดันพันธมิตรเพื่อเสริมกำลังทหาร ป้องกันการโจมตีจากกลุ่มติดอาวุธ
ญี่ปุ่นในฐานะชาติที่ไม่มีกองทัพบุกบั่น แต่มีกองกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) ต้องชั่งน้ำหนักระหว่างพันธสัญญากับสหรัฐฯ และนโยบาย pacifist ของตน การหารือทางโทรศัพท์ครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทาง
ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซต่อเศรษฐกิจโลก
ช่องแคบฮอร์มุซกว้างเพียง 21 ไมล์ แต่ขนส่งน้ำมัน 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากปิดกั้นนาน จะทำให้ GDP โลกหดตัว 0.5-1% ตามการประเมินของ IMF ญี่ปุ่นซึ่งนำเข้าน้ำมัน 4 ล้านบาร์เรลต่อวันจากอ่าวเปอร์เซีย ต้องเร่งหาทางออก เช่น เพิ่มสต็อกน้ำมันสำรองหรือหาแหล่งนำเข้าทางเลือกจากรัสเซียหรืออเมริกา
นอกจากนี้ สถานการณ์ยังกระทบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ พลาสติก และการบินที่ใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบหลัก ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าหาก ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เตรียมหารือทางโทรศัพท์ คาดถกปมช่องแคบฮอร์มุซ แล้วไม่บรรลุผล สงครามการค้าอาจลุกลามสู่ energy crisis
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของโลกที่พึ่งพาพลังงานฟอสซิลมากเกินไป ญี่ปุ่นควรเร่ง transition สู่พลังงานหมุนเวียนเพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต
ติดตามข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ geopolitics และเศรษฐกิจโลก!
ที่มา – ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ เตรียมหารือทางโทรศัพท์ คาดถกปมช่องแคบฮอร์มุซ