ซาโนฟี่ปลด CEO หลังแผนฟื้นฟูธุรกิจไม่คืบ ดึงผู้บริหารเมอร์คนั่งแทน

ซาโนฟี่ปลด CEO

ซาโนฟี่ปลด CEO หลังแผนฟื้นฟูธุรกิจไม่คืบ ดึงผู้บริหารเมอร์คนั่งแทน เป็นข่าวใหญ่ในวงการเภสัชกรรมโลก เมื่อบริษัทยาระดับโลกจากฝรั่งเศสอย่างซาโนฟี่ (Sanofi) ตัดสินใจปลด พอล ฮัดสัน ออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) อย่างกะทันหันในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานาน

ซาโนฟี่ปลด CEO หลังแผนฟื้นฟูธุรกิจไม่คืบ ดึงผู้บริหารเมอร์คนั่งแทน

การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ พอล ฮัดสัน เข้ามารับตำแหน่ง CEO ตั้งแต่ปี 2562 แต่แผนฟื้นฟูธุรกิจกลับไม่เป็นไปตามเป้า โดยเฉพาะอุปสรรคในตลาดวัคซีนที่สหรัฐอเมริกา และผลประกอบการที่ชะงักงัน ซาโนฟี่ได้ประกาศในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่า ฮัดสันจะพ้นจากตำแหน่งในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พร้อมแต่งตั้ง เบเลน การิโฆ ผู้บริหารจากเมอร์ค เคจีเอเอ (Merck KGaA) ของเยอรมนี ให้มาเป็น CEO คนใหม่ โดยเธอจะเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการหลังการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 เมษายน ขณะที่ โอลิวิเยร์ ชาร์เมล กรรมการบริษัท จะทำหน้าที่รักษาการ CEO ในช่วงเปลี่ยนผ่าน

สาเหตุหลักที่นำไปสู่การปลด CEO ของซาโนฟี่

ก่อนหน้านี้ในปลายเดือนมกราคม ซาโนฟี่เปิดเผยว่ายอดขายวัคซีนในปีนี้จะติดลบเล็กน้อย สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณสุขในสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ ปีที่ผ่านมา บริษัทเผชิญผลการทดลองทางคลินิกที่น่าผิดหวังหลายรายการ ขณะที่พยายามเข้าซื้อกิจการเพื่อหายาใหม่มาชดเชยรายได้จากยา Dupixent ซึ่งเป็นยารักษาโรคหอบหืดที่ทำรายได้มหาศาล แต่กำลังจะหมดสิทธิบัตรในช่วงทศวรรษ 2570

  • ปัญหาตลาดวัคซีนสหรัฐฯ ที่หดตัว
  • แผนฟื้นฟูธุรกิจหยุดชะงักตั้งแต่ปี 2562
  • ผลทดลองยาใหม่ผิดหวังหลายโครงการ
  • การพึ่งพายา Dupixent มากเกินไป
  • ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นต่ำกว่าคู่แข่ง

ประวัติและความคาดหวังจาก CEO คนใหม่ เบเลน การิโฆ

เฟรเดริก อูเดอา ประธานกรรมการของซาโนฟี่ กล่าวยกย่องเบเลน การิโฆ ว่ามีประสบการณ์ยาวนาน โดยเคยทำงานที่ซาโนฟี่มากว่า 15 ปี และเป็นกรรมการของบริษัทลอรีอัล (L’Oreal) มาก่อน การิโฆจากเมอร์ค เคจีเอเอ เชื่อว่าจะนำกลยุทธ์ใหม่มาปรับปรุงคุณภาพการดำเนินงาน และพาซาโนฟี่เข้าสู่ระยะเติบโตใหม่ นักวิเคราะห์มองว่าประสบการณ์ของเธอในอุตสาหกรรมยาจะช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างของบริษัทได้

ข้อมูลจาก LSEG ชี้ให้เห็นว่าผู้ถือหุ้นซาโนฟี่ได้รับผลตอบแทนรวมเงินปันผลเพียง 33% นับตั้งแต่ฮัดสันเข้ารับตำแหน่งในเดือนกันยายน 2562 ซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งอย่างแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ที่ 133% และจีเอสเค (GSK) ที่ 65% ในช่วงเวลาเดียวกัน สะท้อนถึงประสิทธิภาพที่ด้อยกว่าของซาโนฟี่

ผลกระทบและอนาคตของซาโนฟี่หลังการเปลี่ยน CEO

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับซาโนฟี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทเภสัชกรรมชั้นนำของยุโรป โดยตลาดคาดหวังว่าการมาของ CEO ใหม่จะช่วยเร่งการพัฒนายาใหม่ ลดความเสี่ยงจากสิทธิบัตรหมดอายุ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ในขณะที่อุตสาหกรรมยาโลกกำลังเผชิญการแข่งขันดุเดือดจากนวัตกรรมชีวภาพและยีนบำบัด

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการไตรมาสแรกหลังการเปลี่ยนผ่าน เพื่อประเมินทิศทางใหม่ หากคุณสนใจข่าวสารอัปเดตเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาและการลงทุนในหุ้นเภสัชกรรม สมัครรับข่าวสารจากบล็อกของเราได้เลยวันนี้ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – ซาโนฟี่ปลด CEO หลังแผนฟื้นฟูธุรกิจไม่คืบ ดึงผู้บริหารเมอร์คนั่งแทน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *