จีนวิจารณ์นายกฯญี่ปุ่นปมไต้หวัน ญี่ปุ่นยันป้องกันตัว

สถานการณ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่นกำลังร้อนระอุอีกครั้ง หลังจากจีนออกมาวิจารณ์นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอย่างดุเดือดเรื่องไต้หวัน ล่าสุดญี่ปุ่นก็โต้กลับทันควัน ยืนยันชัดว่าการเสริมทัพเป็นเพียงเพื่อป้องกันตัวเองเท่านั้น ไม่ได้เล็งเป้าไปที่ใคร นี่คือดราม่าทางการเมืองที่ชาวเน็ตและนักวิเคราะห์กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
จีนวิจารณ์นายกฯญี่ปุ่นปมไต้หวัน ญี่ปุ่นยันเสริมทัพเพื่อป้องกันตัว-ไม่พุ่งเป้าประเทศใด
เรื่องนี้เริ่มต้นจากคำพูดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ในสภาญี่ปุ่นช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ที่บอกว่าหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในไต้หวัน กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นอาจต้องเข้าไปช่วยเหลือ จีนที่มองไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเองอยู่แล้ว ก็ไม่ยอม รีบออกมาประณามทันทีว่าเป็นการท้าทายอธิปไตยแบบรุนแรง
หวัง อี้ นักการทูตจีนชื่อดัง กล่าวหาที่การประชุมความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference) เมื่อวันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ว่า จีนวิจารณ์นายกฯญี่ปุ่นปมไต้หวัน นี้เป็นการพยายามฟื้น “ลัทธินิยมทหาร” สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กลับมาใหม่ คำพูดนี้หนักหน่วงมาก ทำให้ความสัมพันธ์สองมหาอำนาจเอเชียยิ่งตึงเครียด
ญี่ปุ่นตอบโต้อย่างไร?
ไม่ยอมแพ้ โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ตอบโต้ตรงๆ ในที่ประชุมเดียวกันว่า ข้อกล่าวหาของจีน “ไม่เป็นความจริง” จุดยืนของญี่ปุ่นคืออุทิศตัวเพื่อสันติภาพโลก ซึ่งทุกคนยอมรับอยู่แล้ว ต่อมาที่โตเกียว มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ยื่นประท้วงทางการทูตไปยังจีน ย้ำว่าการเพิ่มศักยภาพกองทัพเป็นเพราะสภาพแวดล้อมความมั่นคงที่เลวร้ายลงทั่วโลก ไม่ได้เจาะจงประเทศใด
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังยืนกรานว่าปัญหาไต้หวันควรแก้ด้วยสันติวิธี การเจรจาเท่านั้น ไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังทหาร
- 背景การเลือกตั้ง: พรรค LDP ของทาคาอิจิเพิ่งชนะเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 8 ก.พ. กวาดเก้าอี้ 2/3 สภาผู้แทน ทำให้จีนกังวลว่านายกฯ สายแข็งคนนี้จะเร่งแก้รัฐธรรมนูญ pacifist หลังสงคราม
- ผลกระทบ: ความสัมพันธ์โตเกียว-ปักกิ่งแย่ลงต่อเนื่อง ส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
- มุมมองนานาชาติ: ที่มิวนิก มีผู้นำยุโรปมาร่วมมากมาย สะท้อนว่าปมไต้หวันเป็นประเด็นโลก
บริบทความตึงเครียดจีน-ญี่ปุ่น
จีนวิจารณ์นายกฯญี่ปุ่นปมไต้หวัน ไม่ใช่ครั้งแรก สองประเทศมีจุดแตกหักมานาน ทั้งทะเลจีนตะวันออก เกาะเซนกากุ/เตียวหยู และตอนนี้ไต้หวันกลายเป็นจุดร้อน ญี่ปุ่นใกล้ไต้หวันมาก ฐานทัพสหรัฐฯ ก็อยู่ที่นั่น ทำให้ญี่ปุ่นไม่อาจนิ่งเฉย จีนมองว่าเป็นการแทรกแซง แต่ญี่ปุ่นบอกแค่เตรียมพร้อมป้องกัน
นักวิเคราะห์ชี้ว่า การเลือกตั้ง LDP ชนะใหญ่ ทำให้ทาคาอิจิมีอำนาจผลักดันงบกลาโหมเพิ่ม ซื้ออาวุธใหม่ๆ และร่วมมือกับสหรัฐฯ-ออสเตรเลียมากขึ้น สถานการณ์แบบนี้ คล้ายสงครามเย็นใหม่ในเอเชีย
สำหรับคนไทยและอาเซียน เราควรจับตา เพราะความขัดแย้งนี้อาจกระทบเส้นทางการค้า การส่งออก และความมั่นคงทะเลจีนใต้
สรุปแล้ว จีนวิจารณ์นายกฯญี่ปุ่นปมไต้หวัน แต่ญี่ปุ่นยันจุดยืนชัดเจน สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ใหญ่กว่า หากไม่มีการเจรจา ในมุมมองผู้เขียน ความตึงเครียดนี้เป็นสัญญาณเตือนว่าภูมิภาคเอเชียต้องหาทางออกร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามเย็นรอบใหม่ แนะนำให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและแบ่งปันความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยนะ!
ที่มา – จีนวิจารณ์นายกฯญี่ปุ่นปมไต้หวัน ญี่ปุ่นยันเสริมทัพเพื่อป้องกันตัว-ไม่พุ่งเป้าประเทศใด