จำคุก 14 ปีอดีต ตร.กับพวก รีดเงิน 10 ล้าน

วันนี้เรามาพูดถึงคดีร้อนที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ จำคุก 14 ปีอดีต ตร.กับพวก รีดเงิน 10 ล้าน เพื่อแลกกับการปล่อยตัวชาวจีนที่ผิดกฎหมาย โดยมีอดีตกงสุลใหญ่นาอูรูเกี่ยวข้องด้วย คดีนี้เกิดขึ้นจากปฏิบัติการของ DSI และตำรวจ 191 ที่บุกจับกุม แต่สุดท้ายกลับมีเจ้าหน้าที่บางส่วนไปเรียกรับสินบนจำนวนมหาศาล สะท้อนปัญหาการทุจริตในวงการราชการที่ยังคงเป็นวาระแห่งชาติ

จำคุก 14 ปีอดีต ตร.กับพวก รีดเงิน 10 ล้าน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เจ้าหน้าที่ DSI ร่วมกับตำรวจกองปราบปราม 191 ได้บุกค้นบ้านพักของอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู ในพื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พบชาวจีนที่ลักลอบอยู่ในประเทศผิดกฎหมายจำนวนมาก แต่แทนที่จะดำเนินคดีตามปกติ กลับมีเจ้าหน้าที่บางคนเรียกรับเงินสินบนถึง 10 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาเหล่านั้นให้หลบหนีออกนอกประเทศไปได้

คดีนี้ถูกพนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หมายเลขดำ อท.140/2568 โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 คนคือ:

รายชื่อผู้ต้องหาในคดีจำคุก 14 ปีอดีต ตร.กับพวก รีดเงิน 10 ล้าน

  • จำเลยที่ 1: ร.ต.อ.ณรงค์เดช พิทักษ์ประชาชน
  • จำเลยที่ 2: นายตฤณ พิชิตกุญชร อดีต ผอ.ส่วนกลั่นกรองและการข่าวคดีพิเศษ กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค
  • จำเลยที่ 3: นายอนัน สีลาโคตร อดีตเจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค
  • จำเลยที่ 4: จ.ส.อ.มนตรี ฮวดเจริญ

ทั้ง 4 คนถูกกล่าวหาว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานอย่างละเอียด และมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569

คำพิพากษาศาลในคดีรีดเงิน 10 ล้าน

ศาลพิพากษายืนตามฟ้องทั้งหมด โดยกำหนดโทษดังนี้:

  • จำเลยที่ 1: จำคุก 14 ปี
  • จำเลยที่ 2: จำคุก 10 ปี 16 เดือน
  • จำเลยที่ 3: จำคุก 4 ปี 8 เดือน
  • จำเลยที่ 4: จำคุก 2 ปี

โทษที่หนักหน่วงนี้แสดงให้เห็นว่าศาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะในเจ้าหน้าที่ที่ควรเป็นผู้พิทักษ์กฎหมาย แต่กลับกลายเป็นผู้ละเมิดแทน คดีนี้เกี่ยวข้องกับอดีตกงสุลใหญ่นาอูรู ซึ่งนาอูรูเป็นประเทศเล็กๆ ในแปซิฟิก แต่มีบทบาทในฐานะกงสุลกิตติมศักดิ์ในไทย ทำให้เรื่องยิ่งซับซ้อนเพราะอาจกระทบภาพลักษณ์การทูต

นอกจากนี้ ชาวจีนที่ถูกปล่อยตัวมักเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังในไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่เข้ามาทำธุรกิจสีเทา เช่น คาสิโนออนไลน์หรือหลอกลวงออนไลน์ DSI จึงเข้มงวดมากในคดีเหล่านี้

การยื่นประกันตัวหลังคำพิพากษา

หลังศาลอ่านคำพิพากษา จำเลยทั้ง 4 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ทันที ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำสั่งดังนี้:

  • จำเลยที่ 3: ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกัน 750,000 บาท
  • จำเลยที่ 4: ปล่อยชั่วคราว ตีราคาประกัน 200,000 บาท
  • จำเลยที่ 1 และ 2: ส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา และถูกนำตัวไปควบคุมในเรือนจำก่อน

การตัดสินใจนี้แสดงถึงดุลยพินิจของศาลที่พิจารณาความเสี่ยงหลบหนี โดยจำเลยหลักที่รับโทษหนักสุดต้องรอคำสั่งจากศาลสูงกว่า

คดีนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหาการทุจริตในหน่วยงานปราบปรามอาชญากรรม ซึ่งควรเป็นด่านหน้าปกป้องประชาชน แต่กลับถูกใช้ประโยชน์ส่วนตัว มันทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม หากไม่มีการตรวจสอบที่เข้มข้น ปัญหานี้จะยิ่งลุกลาม

ในมุมมองของผม คดี จำคุก 14 ปีอดีต ตร.กับพวก รีดเงิน 10 ล้าน นี้เป็นสัญญาณดีที่ศาลลงโทษหนัก แต่มันต้องตามด้วยการปฏิรูประบบป้องกันทุจริต เช่น เพิ่มกลไกตรวจสอบภายใน DSI และตำรวจ 191 ให้โปร่งใสยิ่งขึ้น คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – จำคุก 14 ปีอดีต ตร.กับพวก รีดเงิน 10 ล้าน อดีตกงสุลใหญ่นาอูรู แลกปล่อยตัวชาวจีนผิดกฎหมาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *