จับแล้ว! ผู้ต้องหาร่วมแก๊งเงินกู้เถื่อน รีดดอกโหด
ปอศ.รวบ ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมแก๊งปิดบัญชี แอปเงินกู้เถื่อน Nature Wallet รีดดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 8.75 ต่อวัน จ่ายไม่ตรงเวลา ทวงถามหนี้ให้ได้รับความอับอาย
เมื่อวันที่ 20 ส.ค.68 พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.สั่งการ พ.ต.อ.เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.สุทธิพงษ์ จันทพันธ์ สว.กก.5 บก.ปอศ. จับกุม นายจักรพันธ์ หรือตั้ม อายุ 35 ปี
ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.894/2568 ลงวันที่ 24 มิ.ย.68 ข้อหา “ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด” ได้บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ 1 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
สืบเนื่องจากเมื่อปลายปี 2567 มีผู้เสียหายหลายรายร้องเรียนผ่านศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) หลังได้รับความเดือดร้อน จากการกู้ยืมเงินกับแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน “Nature Wallet”
โดยผู้กู้ต้องยินยอมให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในโทรศัพท์มือถือ จะคิดค่าดำเนินการและค่าเอกสาร โดยคิดอัตราดอกเบี้ยในลักษณะของการเก็บดอกลอย คิดเป็นอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8.75 ต่อวัน หรือร้อยละ 262.67 ต่อเดือน หรือร้อยละ 3,195.85 ต่อปี ซึ่งหากชำระหนี้ไม่ตรงตามกำหนดเวลา จะทวงถามหนี้กับผู้เสียหาย และบุคคลใกล้ชิดให้ได้รับความอับอายอีกด้วย
ต่อมารวบรวมหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนจำนวน 5 ราย สามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 4 ราย คงเหลือ นายจักรพันธ์ที่อยู่ระหว่างหลบหนีอีก 1 ราย กระทั่งสืบทราบว่ามากบดานอยู่ในเขตพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เข้าจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวน นายจักรพันธ์ ให้การรับสารภาพ จึงนำตัวส่ง ศาลอาญามีนบุรีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จับแล้ว ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมแก๊งปิดบัญชี แอปเงินกู้เถื่อน รีดดอกโหด
ความคืบหน้าล่าสุดของคดีนี้ ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยเงินกู้นอกระบบที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก การจับกุม ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมแก๊งปิดบัญชี แอปเงินกู้เถื่อน รีดดอกโหด ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ากฎหมายจะถูกบังคับใช้อย่างจริงจัง
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจับกุม ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมแก๊งปิดบัญชี แอปเงินกู้เถื่อน รีดดอกโหด
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้เสียหายจำนวนมากได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) เกี่ยวกับการถูกเอารัดเอาเปรียบจากแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน “Nature Wallet” ซึ่งคิดดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด และมีการทวงหนี้ในลักษณะที่ข่มขู่และคุกคาม
จากการสืบสวนพบว่าแอปพลิเคชันดังกล่าวมีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลในโทรศัพท์มือถือของผู้กู้ และมีการคิดค่าดำเนินการและค่าเอกสารเพิ่มเติม ทำให้ภาระหนี้สินของผู้กู้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ หากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดเวลา จะถูกทวงถามหนี้ในลักษณะที่สร้างความอับอายให้กับผู้กู้และบุคคลใกล้ชิด
หลังจากที่รวบรวมพยานหลักฐานได้เพียงพอ ศาลอาญามีนบุรีจึงได้อนุมัติหมายจับผู้ร่วมขบวนการจำนวน 5 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้แล้ว 4 ราย และล่าสุดได้ทำการจับกุม ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมแก๊งปิดบัญชี แอปเงินกู้เถื่อน รีดดอกโหด ได้ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
คดีนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่กำลังมองหาแหล่งเงินกู้ ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินกู้ให้ดี และหลีกเลี่ยงการกู้เงินจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่ได้รับอนุญาต เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่เอารัดเอาเปรียบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้
หากท่านกำลังประสบปัญหาหนี้นอกระบบ หรือถูกเอารัดเอาเปรียบจากแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ (ศปน.ตร.) หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ของท่าน
การปราบปราม ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมแก๊งปิดบัญชี แอปเงินกู้เถื่อน รีดดอกโหด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างยั่งยืน การสร้างความรู้ความเข้าใจทางการเงินให้กับประชาชน และส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ
ที่มา – จับแล้ว ผู้ต้องหาคนสุดท้าย ร่วมแก๊งปิดบัญชี แอปเงินกู้เถื่อน รีดดอกโหด