คุก 5 ปี พายัพ-เพชรวรรต คดีอั้งยี่ซ่องโจร

วันนี้เรามาพูดถึงข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในวงการการเมืองไทยกันนะครับ คุก 5 ปี พายัพ-เพชรวรรต คดีอั้งยี่ซ่องโจร ยกฟ้องคดี 112 ซึ่งเป็นคดีเก่าที่รอคำตัดสินมานาน ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว สร้างความฮือฮาให้กับประชาชนและนักการเมืองหลายฝ่าย มาดูกันว่าคดีนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง

คุก 5 ปี พายัพ-เพชรวรรต คดีอั้งยี่ซ่องโจร ยกฟ้องคดี 112

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.3306/2567 และ อ.3332/2567 โดยมีนายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อชาติ เป็นจำเลยที่ 1 และนายพายัพ ปั้นเกตุ อดีตแกนนำ นปช. และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 2

คดีนี้โจทก์ฟ้องในข้อหาหนักหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงข้อหาก่อการร้าย สะสมกำลังพล จัดหาอาวุธ รวบรวมทรัพย์สินเพื่อก่อการร้าย และช่วยปกปิดการก่อการร้ายตามมาตรา 135/2

พื้นหลังคดี คุก 5 ปี พายัพ-เพชรวรรต

คดีนี้ย้อนกลับไปช่วงเดือนเมษายน ถึง 15 สิงหาคม 2553 ซึ่งเป็นช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) รัฐบาลขณะนั้นใช้กำลังทหารสลายการชุมนุมจนยุติ หลังจากนั้น แกนนำนปช. รวมถึงจำเลยทั้งสอง ถูกกล่าวหาว่าชักชวนพวกพ้องไปฝึกอาวุธที่เมืองเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา เพื่อเตรียมก่อการร้ายในไทย สร้างความปั่นป่วนและบังคับรัฐบาล

พยานหลักฐานที่โจทก์นำเสนอชี้ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ชักชวนโดยตรง แต่มีบทบาทสำคัญในการปลุกระดมทางความคิด เตรียมจิตใจ จัดหาที่พัก ให้เงินสนับสนุน และไปเยี่ยมผู้เข้าฝึก ทำให้ถือเป็นผู้สนับสนุนตามกฎหมาย

  • การชุมนุมนปช. ปี 2553 สิ้นสุดด้วยการสลายด้วยกำลังทหาร
  • แกนนำนปช. ไปฝึกอาวุธที่กัมพูชา เพื่อแผนก่อการร้าย
  • จำเลยช่วยเหลือด้านการเงิน ที่พัก และปลุกระดม
  • ข้อหาหลักคืออั้งยี่ซ่องโจร หรือก่อการร้ายตามมาตรา 135/2 ประกอบ 86

คำพิพากษาของศาลอาญา

ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว สำหรับ คดี 112 พยานโจทก์ให้การขัดแย้งกันในชั้นสอบสวนและต่อศาล ไม่มีหลักฐานอื่นสนับสนุน จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยทั้งสองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง ยกฟ้องข้อหานี้

แต่สำหรับ คดีอั้งยี่ซ่องโจร หรือก่อการร้าย พยานผู้เข้ารับการฝึกที่กัมพูชาให้การสอดคล้อง น่าเชื่อถือ ศาลเห็นว่าจำเลยทั้งสองช่วยเหลือ สะสมกำลังพลและอาวุธ จึงมีความผิดฐานสนับสนุนผู้กระทำผิดตามมาตรา 135/2 ประกอบมาตรา 86 ต้องรับโทษเท่าตัวการมาตรา 135/3

ศาลจึงพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 5 ปี โดยปัจจุบันจำเลยยื่นขอประกันตัวและอยู่ระหว่างพิจารณา คำตัดสินนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในคดีการเมืองเก่าแก่ที่ค้างคา

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนในการพิจารณาพยานหลักฐานของศาลไทย โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองและความมั่นคง หากคุณสนใจประเด็นนี้ ลองติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากบล็อกของเรา หรือแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะช่วยให้เราเข้าใจมุมมองของทุกคนมากขึ้น

ที่มา – คุก 5 ปี ‘พายัพ-เพชรวรรต’ อดีตแกนนำนปช. คดีอั้งยี่ซ่องโจร ยกฟ้องคดี 112

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *