คิวบาตราหน้าสหรัฐฯ “อาชญากร” หลังทรัมป์ขู่

บรูโน โรดริเกซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของคิวบา ออกโรงประณามสหรัฐอเมริกาว่าประพฤติตัวเป็น “อาชญากร” ที่คุกคามสันติภาพโลก หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเตือนว่าคิวบาควรทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ

ทรัมป์โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ในวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ว่า “คิวบาอยู่ได้ด้วยน้ำมันและเงินจำนวนมหาศาลจากเวเนซุเอลามานานหลายปีแล้ว” และขู่ว่า “จะไม่มีน้ำมันหรือเงินส่งไปยังคิวบาอีกต่อไป เป็นศูนย์! ผมขอแนะนำให้พวกเขาทำข้อตกลง ก่อนที่จะสายเกินไป”

ในวันเดียวกัน โรดริเกซได้โพสต์ตอบโต้ผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า คิวบามีสิทธิโดยสมบูรณ์ในการนำเข้าเชื้อเพลิงจากตลาดใดก็ตามที่ยินดีส่งออก และสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้าโดยไม่ยอมรับการแทรกแซงหรือยอมจำนนต่อมาตรการบีบบังคับฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ

เขาประณามว่า สหรัฐฯ ทำตัวเหมือนอาชญากรและพวกบ้าอำนาจที่ไร้การควบคุม ซึ่งคุกคามสันติภาพและความมั่นคง ไม่เพียงแต่ในคิวบาและภูมิภาคนี้เท่านั้น แต่รวมไปถึงทั่วโลก

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ในเวเนซุเอลาเมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 3 ม.ค. โดยใช้กำลังเข้าจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และภริยา หลังจากนั้นทรัมป์ประกาศว่า “คิวบาจะเป็นประเด็นที่เราต้องหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในที่สุด” พร้อมกับเตือนประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร ของโคลอมเบียให้ระวังตัวด้วย

สถานการณ์ระหว่างคิวบาและสหรัฐฯ ดูเหมือนจะตึงเครียดมากยิ่งขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากนโยบายที่แข็งกร้าวของอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีความพยายามในการปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น แต่ดูเหมือนว่าความหวังเหล่านั้นจะริบหรี่ลงทุกที ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจและสังคมของคิวบา รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา

คิวบาตราหน้าสหรัฐฯ ทำตัวเป็น “อาชญากร” หลังทรัมป์ขู่

การออกมาตอบโต้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของคิวบา แสดงให้เห็นถึงจุดยืนที่แข็งกร้าวของคิวบาที่ไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากสหรัฐฯ คิวบายืนยันในสิทธิที่จะกำหนดนโยบายของตนเอง และพัฒนาความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆ โดยปราศจากการแทรกแซงจากภายนอก การที่คิวบาตราหน้าสหรัฐฯ ว่าเป็น “อาชญากร” สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อคิวบามาอย่างต่อเนื่อง

ทำไมคิวบาถึงตราหน้าสหรัฐฯ ว่าเป็น “อาชญากร”?

การที่คิวบาออกมาตอบโต้สหรัฐฯ อย่างรุนแรงนั้น มีรากฐานมาจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของความขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจระหว่างสองประเทศ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่สหรัฐฯ บังคับใช้กับคิวบามานานหลายทศวรรษ ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของคิวบา และสร้างความยากลำบากให้กับประชาชนชาวคิวบา นอกจากนี้ การที่สหรัฐฯ สนับสนุนกลุ่มต่อต้านรัฐบาลคิวบา และการแทรกแซงกิจการภายในของคิวบา ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศตึงเครียดขึ้น

ผลกระทบจากการที่คิวบาตราหน้าสหรัฐฯ ทำตัวเป็น “อาชญากร” หลังทรัมป์ขู่นั้น อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง การที่คิวบาออกมาประณามสหรัฐฯ อย่างเปิดเผย อาจทำให้ประเทศอื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ราบรื่นกับสหรัฐฯ กล้าที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐฯ มากขึ้น นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน และการค้าในภูมิภาคลาตินอเมริกาอีกด้วย

สถานการณ์ระหว่างคิวบาและสหรัฐฯ ยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด การประเมินผลกระทบในระยะยาว รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ จะเป็นสิ่งสำคัญในการทำความเข้าใจพลวัตทางการเมือง และเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้

ในขณะที่สถานการณ์ระหว่างประเทศมีความผันผวน การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และการวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้าน จะช่วยให้เราเข้าใจความเป็นไป และสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงที อย่าลืมติดตามข่าวสาร และบทวิเคราะห์จากแหล่งที่เชื่อถือได้อยู่เสมอ

ที่มา – คิวบาตราหน้าสหรัฐฯ ทำตัวเป็น “อาชญากร” หลังทรัมป์ขู่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *