ขุนคลังเกาหลีใต้เตือนความไม่แน่นอนยังสูง

ขุนคลังเกาหลีใต้เตือนความไม่แน่นอนยังสูง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯสั่งคว่ำภาษีทรัมป์ นับเป็นประเด็นร้อนที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา คู ยุน-ชอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและการคลังเกาหลีใต้ ได้ออกมาแสดงความเห็นในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ โดยระบุว่าความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับที่สูงมาก แม้ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลกก็ตาม
ขุนคลังเกาหลีใต้เตือนความไม่แน่นอนยังสูง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯสั่งคว่ำภาษีทรัมป์
คู ยุน-ชอล เน้นย้ำว่า คำตัดสินของศาลนี้มีทั้งแง่บวกและแง่ลบ ในแง่ดีคือช่วยลดอุปสรรคบางประการ แต่ในอีกมุมหนึ่งก็สร้างความไม่แน่นอนใหม่ โดยเฉพาะหลังจากทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทั่วโลกในอัตราใหม่ที่ 15% จากเดิม 10% ซึ่งเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อคำตัดสินของศาล มาตรการนี้คาดว่าจะกระทบการส่งออกของเกาหลีใต้อย่างหนัก โดยเฉพาะสินค้าหลักอย่างเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ สูงถึง 20% ของการส่งออกทั้งหมด
รายละเอียดคำตัดสินศาลฎีกาสหรัฐฯ และการตอบโต้ของทรัมป์
ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยในเอกสารยาว 170 หน้าว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากร แต่ใช้สำหรับคว่ำบาตรและควบคุมทุนในภาวะฉุกเฉินจากภัยต่างชาติเท่านั้น หลังคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์รีบประกาศภาษีชั่วคราว 10% และสั่งสอบสวนใหม่ภายใต้กฎหมายอื่น ก่อนปรับขึ้นเป็น 15% ในวันถัดมา ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต นโยบายนี้สะท้อนถึงแนวทาง “อเมริกาฟาสต์” ของทรัมป์ที่มุ่งปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ
- ผลกระทบหลักต่อเกาหลีใต้: การส่งออกอาจลดลง 5-10% หากภาษีบังคับใช้เต็มรูปแบบ
- ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก: โดยเฉพาะชิปและแบตเตอรี่รถ EV
- การตอบสนองของเกาหลี: รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเจรจากับสหรัฐฯ
ขุนคลังเกาหลีใต้เตือนความไม่แน่นอนยังสูง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯสั่งคว่ำภาษีทรัมป์ โดยยืนยันว่านโยบายใหม่ของทรัมป์ไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน รัฐบาลเกาหลีใต้พร้อมตอบสนองเชิงรุกควบคู่กับการรับมืออย่างสงบ เช่น การกระจายตลาดส่งออกไปยังอาเซียนและยุโรป รวมถึงสนับสนุนภาคเอกชนในการปรับตัว
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้และโลก
เกาหลีใต้ซึ่งเป็นมหาอำนาจส่งออกอันดับ 8 ของโลก กำลังเผชิญความท้าทายจากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนรอบใหม่ หากภาษี 15% บังคับใช้จริง จะเพิ่มต้นทุนสินค้าเกาหลีในสหรัฐฯ ทำให้บริษัทอย่าง Samsung และ Hyundai เสียเปรียบคู่แข่งจากเวียดนามหรือเม็กซิโก นอกจากนี้ ยังอาจกดดันค่าเงินวอนให้อ่อนตัว เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อในประเทศ
ในระดับโลก สถานการณ์นี้จุดประกายความกังวลเรื่องการค้าที่เสรีน้อยลง นักเศรษฐศาสตร์จาก IMF คาดการณ์ว่าภาษีทรัมป์อาจลด GDP โลก 0.5-1% หากขยายวงกว้าง ประเทศเอเชียอย่างญี่ปุ่นและไต้หวันก็ได้รับผลกระทบคล้ายกัน
มุมมองอนาคตและกลยุทธ์รับมือ
รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังประเมินสถานการณ์ โดยคู ยุน-ชอล ระบุว่าจะใช้เครื่องมือทางการคลัง เช่น กองทุนสำรองและมาตรการกระตุ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบ นักลงทุนควรจับตาการเจรจาระหว่างผู้นำเกาหลี-สหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงพิเศษสำหรับพันธมิตร
สถานการณ์ขุนคลังเกาหลีใต้เตือนความไม่แน่นอนยังสูงนี้ แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจโลกต่อนโยบายชาตินิยมการค้าของสหรัฐฯ ผู้ประกอบการไทยที่พึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ ควรเตรียมแผนสำรอง ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันเกม
ติดตามข่าวเศรษฐกิจโลกและการค้าออนไลน์เพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – ขุนคลังเกาหลีใต้เตือนความไม่แน่นอนยังสูง หลังศาลฎีกาสหรัฐฯสั่งคว่ำภาษีทรัมป์