กลุ่มธุรกิจอังกฤษหวั่นต้นทุนพุ่งหลังสหรัฐขึ้นภาษี 15%

ในสถานการณ์การค้าโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กลุ่มธุรกิจอังกฤษหวั่นต้นทุนพุ่ง หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษี 15% กระทบการค้า อย่างหนักหน่วง ภาคธุรกิจอังกฤษออกมาเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ส่งออกรายย่อยและรายใหญ่ โดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าหลัก
กลุ่มธุรกิจอังกฤษหวั่นต้นทุนพุ่ง หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษี 15% กระทบการค้า
เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ ภาคธุรกิจอังกฤษได้ออกโรงเตือนอย่างเป็นทางการ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ในอัตรา 15% ซึ่งถือเป็นการตอบโต้ทางการค้าที่อาจซ้ำเติมความตึงเครียดระหว่างสองมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
ที่มาของมาตรการนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการภาษีเดิมที่อ้างอำนาจตามกฎหมาย IEEPA เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ ทำให้ทรัมป์ต้องหันมาใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของกฎหมายการค้า ค.ศ. 1974 แทน เพื่อกำหนดภาษีใหม่ 15% ต่อสินค้านำเข้าหลากหลายประเภท แม้ว่าบางประเทศจะได้รับการลดภาษีลง แต่สำหรับอังกฤษและออสเตรเลีย อัตราภาษีจริงกลับสูงขึ้น
ผลกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกอังกฤษจากภาษีสหรัฐ 15%
วิลเลียม เบน หัวหน้าฝ่ายนโยบายการค้าของหอการค้าอังกฤษ วิเคราะห์ว่ามาตรการนี้เท่ากับการเพิ่มภาษีราว 5% สำหรับสินค้าจำนวนมากจากอังกฤษที่ส่งไปยังสหรัฐฯ โดยยกเว้นเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอังกฤษ-สหรัฐฯ (EPD) เบนคาดการณ์ว่าภาระต้นทุนการส่งออกจะพุ่งสูงถึง 2-3 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.7-4.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะกระทบต่อบริษัทอังกฤษกว่า 40,000 แห่งที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นหลัก
- ต้นทุนการผลิตและขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- ขาดแคลน竞争力ในตลาดสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับคู่แข่งจากประเทศอื่น
- ความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานโลกที่กำลังเปราะบางจากภูมิรัฐศาสตร์
- โอกาสขอคืนภาษีเก่าอาจไม่ชัดเจน หลังคำวินิจฉัยของศาล
สหรัฐฯ ถือเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ทำให้การเปลี่ยนแปลงภาษีมีความอ่อนไหวสูง ภาคธุรกิจย้ำยืนยันว่าข้อตกลง EPD ซึ่งช่วยลดภาษีบางรายการในอดีต ต้องได้รับการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อบรรเทาผลกระทบ
มุมมองนักวิเคราะห์ต่อสถานการณ์การค้าอังกฤษ-สหรัฐ
นักวิเคราะห์หลายสำนักชี้ว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การแตกตัวของห่วงโซ่อุปทาน และความไม่แน่นอนจากภูมิรัฐศาสตร์ การคงอัตราภาษีสูงเช่นนี้อาจกดดันการส่งออกของอังกฤษและกระแสการค้าข้ามแอตแลนติกโดยรวม นอกจากนี้ ยังเกิดคำถามสำคัญว่าผู้นำเข้าสหรัฐฯ จะขอคืนภาษีที่ชำระไปแล้วได้หรือไม่ และผู้ส่งออกอังกฤษจะได้รับประโยชน์อย่างไร
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ภาคธุรกิจอังกฤษแนะนำให้รัฐบาลเร่งเจรจาทวิภาคี ขยายขอบเขต EPD และหาตลาดทางเลือกใหม่ เช่น ในเอเชียและยุโรปตะวันออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว
นอกจากนี้ บริษัทต่างๆ ควรปรับกลยุทธ์โดยเพิ่มการผลิตในท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือใช้ FTA อื่นๆ เพื่อเลี่ยงภาษี เช่น CPTPP หรือข้อตกลงกับอินเดียที่กำลังเจรจา
สรุปแล้ว กลุ่มธุรกิจอังกฤษหวั่นต้นทุนพุ่ง หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษี 15% กระทบการค้า เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงในระบบการค้าโลก ผู้ประกอบการไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯ ก็ควรติดตามใกล้ชิด เพราะอาจมีผลกระทบลูกโซ่
ความเห็นของเรา: สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าการพึ่งพาตลาดเดี่ยวเสี่ยงเกินไป ธุรกิจควรกระจายความเสี่ยงและลงทุนในนวัตกรรมเพื่อแข่งขันยั่งยืน ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจการค้าเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณพบว่ามีประโยชน์!
ที่มา – กลุ่มธุรกิจอังกฤษหวั่นต้นทุนพุ่ง หลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษี 15% กระทบการค้า