โทน บางแค ท้ารบ หากไม่โดนขู่จริง ไม่กล้าแจ้งจับบิ๊กตร. ย้ำ ไม่ได้เนรคุณ มาดามเก่ง
โทน บางแค ท้ารบ หากไม่โดนขู่จริง ไม่กล้าแจ้งจับบิ๊กตร. ย้ำ ไม่ได้เนรคุณ มาดามเก่ง เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมไทย โดยเฉพาะในวงการเซียนพระเครื่องและธุรกิจกู้ยืม โทน บางแค หรือนายโทนทอง สุขแก่น เซียนพระชื่อดัง ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงหลังจากเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับมาดามเก่งและพวก ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับเรื่องหนี้สิน พระเครื่องค้ำประกัน และการถูกข่มขู่จากบุคคลมีอิทธิพล
โทน บางแค ท้ารบ หากไม่โดนขู่จริง ไม่กล้าแจ้งจับบิ๊กตร. ย้ำ ไม่ได้เนรคุณ มาดามเก่ง
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 8 พ.ค. 2569 ที่สถานีตำรวจพหลโยธิน นายโทนทอง สุขแก่น หรือที่รู้จักกันในนาม “โทน บางแค” พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้ตัวผู้กระทำผิด โดยนำภาพถ่ายและหลักฐานสำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับคดีมามอบให้ตำรวจ ก่อนหน้านี้ โทน บางแค ได้แจ้งความดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บังคับการกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) หรือ “มาดามเก่ง” และพวกรวม 5 คน ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการข่มขู่และอื่นๆ

การชี้แจงเรื่องการชำระหนี้และทรัพย์สินค้ำประกัน
หลังสอบปากคำนาน 1 ชั่วโมง โทน บางแค ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าไม่ได้บิดเบือนหนี้ มีการผ่อนชำระหนี้พร้อมดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอ ทรัพย์สินส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่ทำมานานกว่า 10 ปี ก่อนที่จะรู้จักมาดามเก่งด้วยซ้ำ สำหรับพระเครื่อง 152 องค์ที่นำมาค้ำประกันกู้เงิน 180 ล้านบาท มีมูลค่าประเมินสูงถึง 400-500 ล้านบาท โดยนาย ต.เต่า คนสนิทของมาดามเก่ง เป็นผู้ประเมิน
อย่างไรก็ตาม ในรอบที่ 2 พระเครื่องเหล่านี้ถูกประเมินใหม่เหลือเพียง 35-40 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อสงสัยว่ามีการสมรู้ร่วมคิดหรือไม่ โทน บางแค ชี้แจงว่าไม่ได้กำหนดราคาเอง เพียงทราบว่ามูลค่ามากกว่าวงเงินกู้ และส่วนหนึ่งของพระเครื่องยังซื้อมาจากนาย ต.เต่า คนเดียวกัน
- ผ่อนชำระหนี้: ชำระดอกเบี้ยตลอด ไม่บิดเบี้ยว
- ทรัพย์สิน: จากธุรกิจเก่าแก่ 10 ปี ชำระหนี้หลายรายการแล้ว
- พระเครื่อง: 152 องค์ มูลค่า 400-500 ล้าน ค้ำ 180 ล้าน
- ประเมินรอบ 2: ตกเหลือ 35-40 ล้าน โดยคนเดิม
โทน บางแค ยังตั้งคำถามว่าทำไมไม่ขายพระเพื่อใช้หนี้ โดยชี้ว่าเคยชำระทรัพย์หลายชิ้นไปแล้ว และเชิญชวนให้สอบถาม “อั๋น โกกิ” เซียนพระที่เสียดอกเบี้ยให้มาดามเก่งถึง 200 ล้าน จากกู้ 800 ล้าน เพื่อเปรียบเทียบ

ท้าทายสังคมและยืนยันไม่หนี
โทน บางแค ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการหนี้อื่นๆ และย้ำว่าขอโฟกัสที่ตัวเองกับมาดามเก่งเท่านั้น บางคนในคดียังเป็นลูกหนี้ของตนเองด้วย การถูกดึงคนอื่นเข้ามาเกิดหลังร้อง สตช. ทำให้สงสัยเจตนา นอกจากนี้ โทนรู้สึกร้อนใจจากคดีที่สังคมสนใจ แต่ยืนยันไม่หนี หากมีหมายเรียกหรือหมายจับติดต่อได้ทันที
ท้ายสุด โทน บางแค ท้ารบสังคมด้วยคำถามว่า “หากไม่โดนขู่จริง เซียนพระจะกล้าแจ้งจับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หรือ” และย้ำไม่เนรคุณมาดามเก่ง เพราะทุกทรัพย์มีการเสียดอกเบี้ยตอบแทน ขอให้ย้อนดูภูมิหลังนายทุน
กรณีโทน บางแค ท้ารบ หากไม่โดนขู่จริง ไม่กล้าแจ้งจับบิ๊กตร. ย้ำ ไม่ได้เนรคุณ มาดามเก่ง นี้นับเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความขัดแย้งในวงการพระเครื่องและการเงิน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของเอกสารหลักฐานและความโปร่งใสในการทำธุรกิจ หากคุณเป็นเซียนพระหรือสนใจเรื่องกฎหมายหนี้สิน กรณีนี้值得ติดตามต่อ คุณคิดอย่างไรกับดราม่านี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย!
ที่มา – โทน บางแค ท้ารบ หากไม่โดนขู่จริง ไม่กล้าแจ้งจับบิ๊กตร. ย้ำ ไม่ได้เนรคุณ มาดามเก่ง