โกลด์แมนแซคส์ชี้ นโยบายทรัมป์ทำผู้บริโภคแบกภาษีนำเข้าอ่วม

โกลด์แมน แซคส์ เปิดเผยรายงานล่าสุดที่น่าสนใจ โดยชี้ว่านโยบายของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นคือ โกลด์แมนแซคส์ชี้ นโยบายทรัมป์ทำผู้บริโภคมะกันแบกต้นทุนภาษีนำเข้าอ่วม

รายงานฉบับนี้ระบุว่า ผู้บริโภคในสหรัฐฯ จะต้องแบกรับภาระต้นทุนภาษีนำเข้ามากกว่าครึ่งหนึ่ง อันเป็นผลมาจากมาตรการภาษีที่ทรัมป์ประกาศใช้ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง

โดยโกลด์แมน แซคส์คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2568 ผู้บริโภคชาวอเมริกันจะต้องรับภาระต้นทุนภาษีถึง 55% ของทั้งหมด ขณะที่ภาคธุรกิจในประเทศจะต้องรับภาระ 22% และกลุ่มผู้ส่งออกต่างชาติ 18%

“ในขณะนี้ ภาคธุรกิจสหรัฐฯ อาจเป็นผู้แบกรับภาระต้นทุนในสัดส่วนที่มากกว่า เนื่องจากภาษีบางรายการเพิ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ และต้องใช้เวลาในการปรับขึ้นราคาสินค้าผู้บริโภค รวมถึงการเจรจาต่อรองราคานำเข้ากับซัพพลายเออร์ต่างประเทศให้ลดลง” โกลด์แมน แซคส์ กล่าว

โกลด์แมนแซคส์ชี้ นโยบายทรัมป์ทำผู้บริโภคมะกันแบกต้นทุนภาษีนำเข้าอ่วม

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ยังเสริมว่า สถานการณ์ปัจจุบันแตกต่างจากในปี 2562 โดยภาระภาษียังไม่ได้ถูกส่งผ่านให้กับผู้บริโภคโดยตรง เนื่องจากหลายบริษัทอาจเลือกชะลอการปรับขึ้นราคา เพื่อรอดูทิศทางนโยบายภาษีว่าจะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากกระบวนการท้าทายทางกฎหมาย

รายงานของโกลด์แมน แซคส์ยังระบุอีกว่า มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ได้ส่งผลให้ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพิ่มขึ้นราว 0.44% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ และคาดว่าจะผลักดันให้ดัชนี PCE แตะที่ระดับ 3% ภายในเดือนธันวาคมนี้ ดัชนี PCE ถือเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) อย่างไรก็ตามผลกระทบจากนโยบายนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันในวงกว้าง

ทำไมผู้บริโภคต้องแบกรับภาระจากนโยบายของทรัมป์?

คำถามสำคัญก็คือ ทำไมนโยบายของทรัมป์จึงส่งผลให้ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระมากขึ้น? นั่นเป็นเพราะว่า ภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้นทุนของสินค้าที่นำเข้าสูงขึ้น เมื่อต้นทุนสูงขึ้น ผู้ผลิตและผู้ขายก็จำเป็นต้องผลักภาระนี้ไปยังผู้บริโภคในที่สุด

ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาสินค้าที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคด้วย เมื่อราคาสินค้าแพงขึ้น ผู้บริโภคอาจต้องลดการใช้จ่าย หรือหันไปซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่า ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่โดยรวม

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจเองก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แม้ว่าในระยะแรก ภาคธุรกิจอาจพยายามแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาว ก็อาจจำเป็นต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต การปรับราคาสินค้า หรือแม้แต่การย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า

โกลด์แมนแซคส์ชี้ นโยบายทรัมป์ทำผู้บริโภคมะกันแบกต้นทุนภาษีนำเข้าอ่วมเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะนโยบายการค้าของแต่ละประเทศมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความเป็นอยู่ของผู้คนอย่างมาก

การทำความเข้าใจผลกระทบของนโยบายเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และวางแผนการเงินได้อย่างเหมาะสม โกลด์แมนแซคส์ชี้ นโยบายทรัมป์ทำผู้บริโภคมะกันแบกต้นทุนภาษีนำเข้าอ่วม ซึ่งเราต้องจับตามองต่อไป

ที่มา – โกลด์แมนแซคส์ชี้ นโยบายทรัมป์ทำผู้บริโภคมะกันแบกต้นทุนภาษีนำเข้าอ่วม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *