แอร์สาวเปิดใจ ถูกบัญชีอวตาร ทักหาจ้างหิ้วของไปออสเตรเลีย
กลายเป็นประเด็นที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับวงการลูกเรือ เมื่อแอร์สาวเปิดใจ ถูกบัญชีอวตาร ทักหาจ้างหิ้วของไปออสเตรเลีย ซึ่งหลังจากตรวจสอบพบว่ามันคือบัญชีเดียวกันกับที่ใช้หลอกแอร์โฮสเตสหญิงที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้ กลายเป็นอุทาหรณ์สอนใจคนทำงานที่ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้นจากมิจฉาชีพในโลกออนไลน์
แอร์สาวเปิดใจ ถูกบัญชีอวตาร ทักหาจ้างหิ้วของไปออสเตรเลีย
คุณบูม แอร์โฮสเตสสาวจากสายการบินแห่งหนึ่ง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ชวนขนลุก หลังจากที่เธอถูกบัญชี TikTok ปริศนาที่ใช้ชื่อว่า "แป้งที่แปลว่าแป้ง" ทักเข้ามาสอบถามเรื่องการรับหิ้วของไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยโปรไฟล์ดังกล่าวเป็นบัญชีอวตารที่ไม่มีข้อมูลส่วนตัวชัดเจน ทำให้เธอตัดสินใจไม่ตอบรับตั้งแต่แรก ซึ่งการที่ แอร์สาวเปิดใจ ถูกบัญชีอวตาร ทักหาจ้างหิ้วของไปออสเตรเลีย ในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ลูกเรือต้องรู้เท่าทันโลกโซเชียล
ภัยเงียบจากการรับหิ้วของ: เมื่อมิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบผู้ว่าจ้าง
คุณบูมเล่าว่า หลังจากทราบข่าวการจับกุมแอร์โฮสเตสที่ลักลอบขนยาเสพติดไปออสเตรเลีย เธอก็ได้โพสต์เตือนภัยผ่าน TikTok ทำให้ทราบว่ามีเพื่อนร่วมอาชีพอีกหลายคนเจอเหตุการณ์เดียวกัน โปรไฟล์นี้พยายามสุ่มทักหาลูกเรือจำนวนมากเพื่อหา "เหยื่อ" ในการขนของแบบไม่ระบุที่มา สิ่งที่น่ากลัวคือพฤติกรรมนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันกับที่แอร์โฮสเตสที่ถูกจับได้รับของพอดี
ทางด้านกฎระเบียบของสายการบินนั้นชัดเจนมากว่า ห้ามรับหิ้วของจากบุคคลภายนอกเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัย แต่ด้วยแรงจูงใจจากค่าตอบแทนที่ดูเหมือนจะหอมหวาน อย่างเช่นค่าหิ้วกิโลกรัมละ 300 บาท ทำให้ลูกเรือบางคนมองข้ามเรื่องนี้และนำไปสู่ความเสี่ยงมหาศาล ทั้งในแง่ของกฎหมายและชีวิต
- การตรวจสอบ: โปรไฟล์ที่ทักมามักไม่มีความน่าเชื่อถือ
- กลลวง: การขอให้รับหิ้วของไปต่างประเทศเป็นความเสี่ยงสูงสุด
- ความปลอดภัย: ห้ามรับของจากคนแปลกหน้ามาไว้ในกระเป๋าเด็ดขาด
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนราคาแพงให้กับคนทำงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นแอร์โฮสเตสหรืออาชีพใด การรับจ้างขนของโดยไม่เห็นของข้างในหรือไม่ทราบที่มาที่ไปของพัสดุ คือการพาตัวเองไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง อย่าเพียงเพราะเห็นแก่รายได้เสริมเล็กน้อยจนทำลายอนาคตหน้าที่การงานและชีวิตของเราเองครับ
ที่มา – แอร์สาวเปิดใจ ถูกบัญชีอวตาร ทักหาจ้างหิ้วของไปออสเตรเลีย พบเป็นบัญชีเดียวกันกับแอร์สาวที่ถูกจับ