เรวดี ศรีท้าว แจงเหตุลูกสาวไร้ชื่อติดทัพซีเกมส์
เรวดี ศรีท้าว ตำนานกรีฑาทีมชาติไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความชี้แจงเหตุผลที่ ฉมชบา วัฒนสิน ลูกสาวของเธอไม่มีชื่อติดทีมชาติในการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจจากแฟนๆ กีฬากรีฑาเป็นอย่างมาก
หลังจากที่สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ ประกาศรายชื่อนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการ ปรากฏว่าไม่มีชื่อของ ฉมชบา วัฒนสิน นักกรีฑาดาวรุ่ง ซึ่งเป็นลูกสาวของ เรวดี ศรีท้าว ตำนานกรีฑาทีมชาติไทย ทำให้เกิดข้อสงสัยในวงกว้าง
ล่าสุด เรวดี ศรีท้าว ได้ออกมาอธิบายถึงเหตุผลที่ลูกสาวไม่มีชื่อในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งนี้ โดยระบุว่า ฉมชบา ไม่ได้เข้าร่วมการคัดเลือกตัวนักกีฬาตั้งแต่แรก และมองว่าลูกสาวยังไม่พร้อมสำหรับการแข่งขันระดับซีเกมส์ในขณะนี้
เรวดี ศรีท้าว แจงเหตุลูกสาวไร้ชื่อติดทัพซีเกมส์
อดีตนักกรีฑาทีมชาติไทยกล่าวในโพสต์ของเธอว่า “#สมน้ำหน้าไม่มีชื่อติดทีมชาติซีเกมส์”
เรวดี ศรีท้าว ยังได้แสดงความยินดีกับโค้ชและนักกีฬาจากต่างจังหวัดที่มีชื่อติดทีมชาติ และแสดงความเสียใจกับฉมชบาที่ไม่ได้รับโอกาสในครั้งนี้ พร้อมทั้งขอโทษผู้สนับสนุนฉมชบาทุกท่าน
“ก่อนอื่นแม่ต้องขอโทษฉมชบาจริงๆ แม่พลาดเอง แม่เอาความคิดและประสบการณ์ของแม่มาใช้กับลูกที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นนักกรีฑาทีมชาติไทยอย่างภาคภูมิใจด้วยความสามารถของฉมชบาจริงๆ” เรวดีกล่าว
เรวดี ศรีท้าว อธิบายเพิ่มเติมว่า เธอคิดว่ากรีฑาเป็นกีฬาสถิติ และตลอดชีวิตการเป็นนักวิ่งของเธอคือ “นักล่าสถิติ” ดังนั้น เธอจึงมุ่งเน้นไปที่การฝึกซ้อมและแข่งขันในญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาสถิติของฉมชบา โดยหวังว่าจะสามารถนำสถิติดังกล่าวมาเทียบเคียงและมีชื่อติดทีมชาติได้
อย่างไรก็ตาม เรวดี ศรีท้าว ยอมรับว่าเธอคิดผิด เนื่องจากมีการคัดเลือกตัวนักกีฬาในวันที่ 23 สิงหาคม และประกาศรายชื่อในวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งฉมชบาไม่ได้เข้าร่วมการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ของสมาคมกีฬากรีฑาฯ
ข้อดีของการติดทีมชาติ (ตามมุมมองของเรวดี ศรีท้าว):
- ได้ชื่อว่าเป็นทีมชาติ
- ได้รับเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงฝึกซ้อม
- ได้รับสิทธิในการเก็บตัวฝึกซ้อม
- มีโอกาสเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย (สำหรับนักเรียนมัธยม)
ทำไมเรวดี ศรีท้าวถึงคิดว่าการติดทีมชาติซีเกมส์ไม่ใช่ตัวบ่งชี้ความสำเร็จ?
เรวดี ศรีท้าว ให้เหตุผลว่า:
- ฉมชบาจบปริญญาตรีแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องใช้ดีกรีทีมชาติในการเข้าเรียน
- ฉมชบาได้รับทุนการศึกษาเต็มจำนวนในการเรียนต่อปริญญาโท
- ฉมชบามีบ้านใกล้สนามฝึกซ้อม จึงไม่จำเป็นต้องพักที่สมาคมกีฬากรีฑาฯ
- ฉมชบามีวุฒิภาวะและความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม
- เรวดี ศรีท้าว มองว่าการติดทีมชาติซีเกมส์แล้วเป็นเพียงตัวสำรอง หรือไม่ได้เหรียญทอง ไม่มีความจำเป็นต้องรีบติดทีมชาติในตอนนี้
เรวดี ศรีท้าว ยังกล่าวอีกว่า การแข่งขันในระดับซีเกมส์ยังไม่เข้มข้นเท่ากับระดับเอเชียหรือระดับโลก ดังนั้น การเตรียมความพร้อมของร่างกายและจิตใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
“แม่จึงเห็นว่าฉมชบายังไม่พร้อมสำหรับซีเกมส์ครั้งนี้ การไปซ้อมที่ญี่ปุ่นครั้งนี้ก็เพื่อเตรียมร่างกายสร้างพื้นฐานร่างกายความแข็งแรง เทคนิคต่างๆในการวิ่งที่ทันสมัย เพื่อเลี่ยงและลดโอกาสในการบาดเจ็บในอนาคตหากต้องไปแข่งขันในระดับใหญ่ขึ้น บอกแล้วว่าเป้าหมายเราใหญ่กว่านั้น” เรวดี ศรีท้าว กล่าวทิ้งท้าย
เรื่องราวของ เรวดี ศรีท้าว และฉมชบา วัฒนสิน สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับการเป็นนักกีฬาอาชีพและความสำคัญของการเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน การตัดสินใจของ เรวดี ศรีท้าว ในครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกสาว และเป็นการวางแผนระยะยาวเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม
ที่มา – เรวดี ศรีท้าว ตำนานกรีฑาทีมชาติไทย โพสต์แจงเหตุ ฉมชบา ลูกสาวไร้ชื่อติดทัพซีเกมส์