เพนตากอนจ่อขึ้นบัญชีดำ Alibaba, Baidu, BYD

มีรายงานข่าวจากต่างประเทศว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) เตรียมที่จะเพิ่มชื่อบริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน เช่น Alibaba Group Holding, Baidu Inc และ BYD Co เข้าไปอยู่ใน “บัญชี 1260H” ซึ่งก็คือบัญชีรายชื่อบริษัทที่ให้การสนับสนุนกองทัพจีน

รายงานข่าวระบุว่า Steve Fineberg รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังฝ่ายนิติบัญญัติ ตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม หรือประมาณ 3 สัปดาห์ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะสามารถบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้ากันได้

นอกจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้ง 3 ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีบริษัทเทคโนโลยีอีก 5 แห่งที่อาจจะเข้าข่ายถูกขึ้นบัญชีดำในรอบนี้ด้วย ได้แก่ Eoptolink Technology, Hua Hong Semiconductor, RoboSense Technology, WuXi AppTec และ Zhongji Innolight

แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าทางเพนตากอนได้ทำการบรรจุรายชื่อบริษัทเหล่านี้อย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ แต่ถ้าหากมีการประกาศใช้อย่างเป็นทางการจริง แม้ว่าจะไม่มีผลทางกฎหมายให้แบนการทำธุรกิจในทันที แต่ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงของบริษัท และเป็นสัญญาณเตือนให้หน่วยงาน รวมถึงภาคธุรกิจของสหรัฐฯ หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมกับบริษัทเหล่านี้

สำหรับ “บัญชี 1260H” นั้น เป็นรายชื่อบริษัทของจีนที่ทางสหรัฐฯ มองว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพ แต่ยังคงประกอบธุรกิจอยู่ในอเมริกา โดยจะมีการปรับปรุงรายชื่อทุกปี ซึ่งในการอัปเดตครั้งล่าสุดเมื่อเดือนมกราคม 2568 ที่ผ่านมา มีบริษัทจีนถูกขึ้นบัญชีไปแล้วมากกว่า 134 แห่ง รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent Holdings และผู้ผลิตแบตเตอรี่ CATL ก็ถูกขึ้นบัญชีดำด้วยเช่นกัน

เพนตากอนจ่อขึ้นบัญชีดำ Alibaba, Baidu, BYD จริงหรือ?

การที่เพนตากอนจ่อที่จะขึ้นบัญชีดำบริษัทเทคโนโลยีจีนยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba, Baidu และ BYD นั้น ส่งสัญญาณอะไรหลายอย่างในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่ถึงแม้จะมีการเจรจาทางการค้ากันอยู่ แต่ความตึงเครียดในด้านอื่นๆ โดยเฉพาะด้านความมั่นคง ก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบต่อบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำ

แน่นอนว่าการที่บริษัทต่างๆ ถูกขึ้นบัญชีดำโดยเพนตากอนนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือและความสัมพันธ์ทางธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ว่าจะไม่มีข้อห้ามทางกฎหมายโดยตรง แต่บริษัทสัญชาติอเมริกันหลายแห่งก็อาจจะชะลอหรือระงับการทำธุรกิจกับบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บริษัทที่อยู่ในรายชื่อ เพนตากอนจ่อขึ้นบัญชีดำ Alibaba, Baidu, BYD อาจจะต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในตลาดสหรัฐฯ และอาจจะต้องปรับกลยุทธ์เพื่อลดผลกระทบจากมาตรการนี้

การที่ เพนตากอนจ่อขึ้นบัญชีดำ Alibaba, Baidu, BYD นั้น ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจและต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อทั้งบริษัทจีนที่เกี่ยวข้อง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในวงกว้าง

  • Alibaba: บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ ที่มีธุรกิจหลากหลาย ทั้งค้าปลีกออนไลน์, คลาวด์คอมพิวติ้ง และดิจิทัลเพย์เมนต์
  • Baidu: บริษัทเสิร์ชเอนจินชั้นนำของจีน ที่มีการพัฒนาเทคโนโลยี AI อย่างต่อเนื่อง
  • BYD: ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังมาแรง และมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

การที่ เพนตากอนจ่อขึ้นบัญชีดำ Alibaba, Baidu, BYD อาจส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ต้องทบทวนยุทธศาสตร์การลงทุนและการขยายธุรกิจในตลาดโลก เพื่อลดความเสี่ยงและรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความผันผวนของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในยุคปัจจุบัน ซึ่งภาคธุรกิจจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ

เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์โดยรวมแล้ว การที่เพนตากอนกำลังพิจารณาขึ้นบัญชีดำบริษัทจีนเหล่านี้ ย้ำเตือนให้เห็นถึงความสำคัญของความมั่นคงทางเทคโนโลยีและการพึ่งพาตนเองในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกประเทศควรให้ความสำคัญ

ที่มา – เพนตากอนจ่อขึ้นบัญชีดำ Alibaba, Baidu, BYD ฐานเอี่ยวกองทัพจีน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *