เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี
วันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือ เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี ในคดีสุดสะเทือนใจของผู้สมัคร สส.พรรคประชน ที่ถูกกล่าวหาว่ามอมยาขืนใจสาว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่เพิ่งมีคำตัดสินเด็ดขาดจากศาลฎีกา ทำให้คดีนี้กลายเป็นตัวอย่างสำคัญในเรื่องความยุติธรรม โดยเฉพาะคดีที่เกิดนอกประเทศ
เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี
ศาลฎีกาได้อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 ที่ศาลจังหวัดมหาสารคาม โดยพลิกความเห็นของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ที่ยกฟ้องไปก่อนหน้านี้ คำพิพากษานี้พิสูจน์ว่าพยานหลักฐานของผู้เสียหายน่าเชื่อถือ แม้การตรวจร่างกายจะไม่พบร่องรอยชัดเจน แต่ศาลมองว่าผู้เสียหายอยู่ในสภาพอ่อนเพลียจากฤทธิ์ยา ไม่สามารถขัดขืนได้ จึงรับฟังว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้องฐานข่มขืนกระทำชำเรา
รายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2563 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.เขต 1 จังหวัดมหาสารคาม พรรคประชน ถูกกล่าวหาว่าให้ยาผู้เสียหายรับประทาน จนเธออยู่ในอาการสะลืมสะลือ ไม่มีสติช่วยเหลือตัวเอง จากนั้นจำเลยจึงข่มขืนสำเร็จความใคร่ วันถัดมา ผู้เสียหายนำยา 8 เม็ดและแคปซูล 2 ถุงที่เป็นของกลางมอบให้ตำรวจ สร้างหลักฐานสำคัญ แม้เหตุเกิดต่างประเทศ แต่กฎหมายไทยใช้บังคับได้เพราะอัยการสูงสุดมอบหมาย
กระบวนการพิจารณาคดีตั้งแต่ต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โดยอ้างว่าไม่พบหลักฐานการร่วมประเวณีจากการตรวจที่โรงพยาบาลมหาสารคาม ผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ยืนตามศาลล่าง ทว่าศาลฎีกาเห็นต่าง พิเคราะห์ว่าการตรวจล่าช้าอาจทำให้หลักฐานทางกายหายไป และพยานหลักฐานอื่น ๆ เช่น คำให้การและของกลางยา มั่นคงพอรับฟังได้ จึงพิพากษาว่าจำเลยผิดจริง
นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังเรียกค่าสินไหมทดแทนรวม 697,000 บาท ครอบคลุมค่ารักษา ค่าเดินทาง ค่าขาดรายได้ ค่าสูญเสียพรหมจารี และค่าทุกข์ทรมานทางใจ ศาลฎีกาเห็นสมควรสั่งชดใช้ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย 5% ต่อปี นับจากวันเกิดเหตุ
โทษที่ศาลฎีกากำหนด
ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 4 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา แต่พิจารณาทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน พร้อมริบยาของกลางทั้งหมด คำพิพากษานี้ไม่เพียงยุติธรรมต่อผู้เสียหายเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้สมัคร สส.และพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง
- ผลกระทบต่อจำเลย: ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองชั่วคราว ต้องรับโทษจำคุก
- บทเรียนสำหรับสังคม: เตือนถึงอันตรายของการใช้ยามอมเมา และความสำคัญของการเก็บหลักฐาน
- ความยุติธรรมข้ามพรมแดน: แสดงศักยภาพศาลไทยในการตัดสินคดีต่างแดน
- สิทธิผู้เสียหาย: สนับสนุนให้ผู้เสียหายกล้าออกมาให้การ
คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าระบบยุติธรรมไทยยังคงเข้มแข็ง แม้ศาลชั้นล่างจะผิดพลาด แต่ศาลฎีกาก็สามารถแก้ไขได้ ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเป็นธรรมในที่สุด ในมุมมองของผม คดีแบบนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเมืองต้องสะอาด ไม่อาจปกปิดความผิดได้
คุณคิดอย่างไรกับคำพิพากษานี้? มาร่วมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้ข้อมูลสำคัญกันนะครับ
ที่มา – เปิดคำพิพากษา ศาลฎีกาพิพากษากลับ จำคุก 4 ปี ผู้สมัคร สส.พรรคปชน. มอมยาขืนใจสาว