เธียรชัยชมเพชรศิลา สมราคายอดมวย
เธียรชัยชมเพชรศิลา สมราคายอดมวย หลังศึก RWS KNOCKTOBERFEST
ศึก RWS KNOCKTOBERFEST powered up by LEO SODA WATER ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักที่เวทีราชดำเนิน เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา รายการนี้รวบรวมคู่มวยคุณภาพเอาไว้ถึง 7 คู่ และทุกคู่ต่างสร้างความสนุกให้แฟนมวยทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างเต็มที่ โดยมีเงินรางวัลโบนัสรวมสูงถึง 3,475,000 บาท
หนึ่งในประเด็นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือคำชื่นชมจาก แบงค์ เธียรชัย พิสิฐวุฒินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารรายการ RWS และกรรมการบริหารเวทีราชดำเนิน ที่มีต่อผลงานของ “เพชรศิลา ว.อุรชา” รวมถึงจังหวะเด็ดของ “คัน นากามูระ” นักชกจากญี่ปุ่น ซึ่งกลายเป็นโมเมนต์สำคัญของค่ำคืนแห่งความดุเดือดนี้
เธียรชัยชมเพชรศิลา สมราคายอดมวย กับฟอร์มการชกที่ครบเครื่อง
ในคู่เอกของรายการ เพชรศิลา ว.อุรชา ขึ้นป้องกันแชมป์ราชดำเนิน รุ่นซูเปอร์แบนตัมเวท 122 ปอนด์ พบกับ โคกิ โอซากิ แชมป์เฉพาะกาลจากญี่ปุ่น การชกดำเนินไปอย่างเข้มข้นครบทั้ง 5 ยก เพชรศิลาอาศัยความแม่นยำ จังหวะการออกอาวุธ และประสบการณ์บนเวที คุมเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนเอาชนะคะแนนเอกฉันท์และรักษาเข็มขัดแชมป์ไว้ได้
เธียรชัยมองว่า เพชรศิลาแสดงให้เห็นถึงมาตรฐานของนักมวยระดับแถวหน้าได้อย่างชัดเจน แม้ต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งและกดดันตลอดการแข่งขัน แต่เจ้าตัวยังสามารถใช้รูปแบบมวยไทยที่ถนัดออกมาได้อย่างโดดเด่น โดยเฉพาะการเตะซ้ายที่สร้างความเสียหายและช่วยควบคุมระยะห่างได้ตลอดหลายยก
ความน่าสนใจคือ หลังจบการแข่งขัน เพชรศิลาเดินลงจากเวทีด้วยอาการเจ็บขาและเดินกะเผลกเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นว่าการป้องกันแชมป์ครั้งนี้ไม่ใช่งานง่าย นักชกต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และความอดทน เพื่อเอาชนะคู่แข่งที่เตรียมตัวมาเป็นอย่างดี
จังหวะถีบจิกของนากามูระ เปลี่ยนเกมในพริบตา
สำหรับคู่รองซูเปอร์ไฟต์ คัน นากามูระ จากญี่ปุ่น พบกับ อิกอร์ บิเครฟ แชมป์ราชดำเนินชาวรัสเซีย การชกคู่นี้จบลงอย่างรวดเร็วในยกที่สอง เมื่อนากามูระใช้จังหวะถีบจิกเข้าเป้าอย่างแม่นยำ ส่งอิกอร์ร่วงลงไปและไม่สามารถกลับมาสู้ต่อได้ ทำให้นากามูระคว้าชัยชนะน็อกเอาต์ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์เป็นแชมป์ราชดำเนินคนใหม่ของรุ่นไลต์เวต 135 ปอนด์
เธียรชัยกล่าวว่า ช่วงยกแรกและช่วงต้นยกสอง เกมการชกดูค่อนข้างอึดอัด ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถสร้างความได้เปรียบได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม นากามูระมีอาวุธลับที่เตรียมมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับอิกอร์ และเมื่อโอกาสมาถึง เขาก็สามารถใช้จังหวะนั้นปิดเกมได้ทันที
จังหวะดังกล่าวจึงกลายเป็นภาพจำของรายการ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าการชกมวยไม่ได้วัดกันที่จำนวนอาวุธหรือการเดินหน้าอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับการอ่านเกม การเตรียมแผน และการตัดสินใจในเสี้ยววินาที นักมวยที่มองเห็นช่องว่างก่อนย่อมมีโอกาสเปลี่ยนสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
- เพชรศิลา ว.อุรชา ชนะคะแนนเอกฉันท์ โคกิ โอซากิ
- คัน นากามูระ ชนะน็อก อิกอร์ บิเครฟ ในยกที่ 2
- เพชรศิลาได้รับโบนัสจากผลงาน 500,000 บาท
- นากามูระได้รับโบนัสรวมจาก RWS จำนวน 1,000,000 บาท
- รายการมีเงินโบนัสรวมทั้งหมด 3,475,000 บาท
ภาพรวมความสำเร็จของ RWS และแผนงานในอนาคต
นอกจากผลงานของเพชรศิลาและนากามูระแล้ว เธียรชัยยังกล่าวถึงภาพรวมของรายการ RWS ในปีนี้ว่า ทีมงานสามารถสร้างอีเวนต์ที่มีความหลากหลายและดึงดูดแฟนมวยได้มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น RWS April Inferno, RWS 200 หรือ RWS KNOCKTOBERFEST แต่ละรายการมีจังหวะการชกที่น่าจดจำและช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของมวยไทยในสายตาผู้ชมทั่วโลก
หนึ่งในภาพจำก่อนหน้านี้คือจังหวะเตะก้านคอของ แดเนียล โรดิเกวซ ซึ่งได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง ขณะที่ RWS KNOCKTOBERFEST ก็เติมความเข้มข้นด้วยคู่มวยระดับนานาชาติและการแข่งขันที่มีเงินรางวัลจูงใจสูง ทำให้นักมวยทุกคนตั้งใจแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่
เธียรชัยยังเปิดเผยถึงแผนการส่งนักมวยจาก RWS ไปชิงแชมป์คิกบ็อกซิ่งของ RISE ก่อนหน้านี้มีการวางตัว พญาหงส์ เอาไว้ แต่การแข่งขันต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากแชมป์ของฝั่ง RISE มีอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม แผนความร่วมมือระหว่างสองเวทียังเดินหน้าต่อ และแฟนมวยมีโอกาสได้เห็นนักชกไทยไปแสดงฝีมือบนเวทีระดับนานาชาติในอนาคต
ส่วนศึก R81 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 ธันวาคม รายละเอียดคู่มวยยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในเวลานี้ แต่ผู้จัดยืนยันว่าจะเป็นรายการใหญ่ที่สนุกและดุเดือดสมกับวันสถาปนาเวทีมวยราชดำเนิน แฟนมวยจึงควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ เพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวและคู่มวยที่น่าสนใจ
มุมมองจากศึกนี้ที่แฟนมวยไม่ควรพลาด
สิ่งที่เห็นได้ชัดจากรายการนี้คือ นักมวยแต่ละคนไม่ได้พึ่งพาพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการวางแผนก่อนขึ้นเวที เพชรศิลาเลือกใช้การเตะซ้ายและการคุมจังหวะเพื่อรักษาความได้เปรียบ ขณะที่นากามูระเตรียมอาวุธเฉพาะทางเพื่อรับมือคู่ชกโดยตรง เมื่อทั้งสองคนทำตามแผนได้สำเร็จ ผลการแข่งขันจึงออกมาอย่างน่าประทับใจ
สำหรับแฟนมวยไทย นี่คืออีกหนึ่งศึกที่ยืนยันว่ามวยไทยยุคใหม่มีทั้งความสนุก ความเร็ว เทคนิค และเรื่องราวให้ติดตามในทุกยก คำกล่าวที่ว่า เธียรชัยชมเพชรศิลา สมราคายอดมวย จึงไม่ได้เป็นเพียงคำชมหลังการแข่งขัน แต่สะท้อนถึงพัฒนาการและความสามารถของนักชกที่พิสูจน์ตัวเองบนเวทีจริง
โดยส่วนตัวแล้ว จังหวะถีบจิกของนากามูระคือไฮไลต์ที่ทำให้รายการนี้น่าจดจำ เพราะแสดงให้เห็นว่าการเตรียมตัวอย่างละเอียดสามารถสร้างความแตกต่างได้ในช่วงเวลาสำคัญ ขณะเดียวกัน ฟอร์มของเพชรศิลาก็เป็นเครื่องยืนยันว่าแชมป์ที่ดีต้องรับมือกับแรงกดดันและรักษามาตรฐานของตัวเองให้ได้ แฟนมวยควรติดตามศึก RWS ครั้งต่อไป เพราะมีแนวโน้มว่าจะได้เห็นเกมการแข่งขันที่เข้มข้นและโมเมนต์พลิกล็อกอีกมากมาย
ที่มา – เธียรชัย ชม “เพชรศิลา” สมราคายอดมวย – ยกจังหวะถีบจิก “นากามูระ” โมเมนต์ประทับใจ