เตือนฝนตกหนัก 4-7 ต.ค. เหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก
เตือนฝนตกหนัก 4-7 ต.ค. เหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก จากสถานการณ์ฝนเปลี่ยนฤดูที่กำลังจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐขอให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขา ริมลำน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ และชุมชนที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมมาก่อน เนื่องจากช่วงวันที่ 4-7 ตุลาคม อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางจังหวัด
ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัยระบุว่า ภาคตะวันตกต้องเฝ้าระวังจังหวัดกาญจนบุรีและเพชรบุรี ขณะที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี มีแนวโน้มได้รับฝนเพิ่มขึ้นในวันที่ 5 ตุลาคม ส่วนภาคเหนือและภาคใต้จะมีฝนตกในปริมาณมากพอสมควร จึงมีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มได้
เตือนฝนตกหนัก 4-7 ต.ค. เหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก
ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ไม่ควรรอจนกว่าน้ำจะเริ่มเข้าบ้าน เพราะการเคลื่อนย้ายคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งของอาจทำได้ยากเมื่อเกิดน้ำหลากอย่างรวดเร็ว การเตรียมถุงยังชีพ เอกสารสำคัญ ยาประจำตัว โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่สำรอง และอุปกรณ์ให้แสงสว่างไว้ในจุดที่หยิบได้ง่าย จะช่วยลดความกังวลและเพิ่มความปลอดภัยให้ครอบครัว
เตือนฝนตกหนัก 4-7 ต.ค. เหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก เตรียมรับมืออย่างไร
- ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง
- ยกเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสาร รถจักรยานยนต์ และสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง
- หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านทางน้ำไหลเชี่ยว สะพานข้ามลำน้ำ และพื้นที่ดินอ่อน
- หากอยู่ใกล้ภูเขาหรือทางน้ำ ให้สังเกตระดับน้ำ เสียงผิดปกติ และรอยแตกร้าวของดิน
- เตรียมเส้นทางอพยพและติดต่อญาติหรือเพื่อนบ้านเพื่อช่วยเหลือกันในกรณีฉุกเฉิน
สำหรับสถานการณ์น้ำในภาคกลาง ปริมาณน้ำท่วมตั้งแต่จังหวัดอุทัยธานีลงมาทรงตัวและเริ่มลดลงในหลายพื้นที่ อย่างไรก็ตาม เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำประมาณ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีเป้าหมายลดระดับน้ำในเขื่อนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ขณะเดียวกันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีการระบายน้ำประมาณ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เมื่อน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาไหลมารวมกับน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะส่งผลให้ปริมาณน้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้แม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่ม เจ้าหน้าที่จึงขอให้ประชาชนยกของขึ้นสูงอีกระยะหนึ่ง และติดตามคำแนะนำเรื่องการอพยพหรือการเข้าช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
ในกรุงเทพมหานคร มีการเปิดคลองรับน้ำเพื่อช่วยรับน้ำจากทางเหนือและระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนผลักดันออกสู่อ่าวไทย แต่ยังมีเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยงเนื่องจากมีน้ำท่วมสูง ได้แก่ ถนนพหลโยธินบริเวณรอยต่อกรุงเทพมหานครหน้าสนามกีฬาธูปะเตมีย์ถึงพหลโยธินซอย 60 ถนนสุวินทวงศ์ช่วงแยกตัดถนนรามคำแหงถึงคลองโตนด ถนนหลวงแพ่งบางช่วง และถนนลาดกระบังตลอดสายบริเวณหน้าสำนักงานเขตลาดกระบัง
ส่วนพื้นที่เคหะร่มเกล้า ระดับน้ำในชุมชนลดลงประมาณ 30 เซนติเมตร แต่ถนนบางจุดยังมีน้ำสูงราว 20-30 เซนติเมตร ทำให้การสัญจรไม่สะดวก กรุงเทพมหานครเร่งใช้สถานีสูบน้ำพระโขนง อุโมงค์ระบายน้ำพระโขนง และอุโมงค์หนองบอน เพื่อผลักดันน้ำลงคลองประเวศบุรีรมย์ จึงต้องติดตามสถานการณ์ในเขตมีนบุรี หนองจอก ประเวศ และสะพานสูงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่พื้นที่สายไหมและออเงินยังมีน้ำท่วมขังในชุมชน แม้ระดับน้ำจะลดลงแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและคาดว่าจะใช้เวลาประมาณสองวันในการระบายออก ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการขับรถลุยน้ำ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายและเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ
รัฐบาลกำชับให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ทุกระดับแบ่งพื้นที่รับผิดชอบและมอบหมายภารกิจให้ชัดเจน พร้อมบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ นอกจากนี้ ยังให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สื่อสารข้อมูลเตือนภัยให้ประชาชนเข้าใจง่าย ทันเหตุการณ์ และประเมินสถานการณ์ภาพรวมอย่างใกล้ชิด
โดยสรุป เตือนฝนตกหนัก 4-7 ต.ค. เหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก เป็นสัญญาณให้ทุกครัวเรือนเร่งตรวจสอบความพร้อมของบ้านและแผนเดินทางตั้งแต่วันนี้ การยกของขึ้นสูง เตรียมอุปกรณ์จำเป็น และติดตามข่าวจากแหล่งทางการอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสียหายได้ หากพบสถานการณ์ผิดปกติควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตเป็นอันดับแรก
ที่มา – เตือน 4-7 ต.ค. ฝนตกหนัก เหนือ-ใต้ เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก-ดินถล่ม อยุธยา รับน้ำเพิ่ม