เจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด ผิดฐานเจ้าพนักงาน รับโทษ 3 เท่า

จากประเด็นร้อนแรงกรณีการจับกุมอดีตเจ้าอาวาสชื่อดังวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งถูกตั้งข้อหาหนักในคดีฟอกเงินและเบียดบังทรัพย์สินของวัดไปเป็นของตนเองนั้น ทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามถึงบทลงโทษของพระสงฆ์ในทางกฎหมายอย่างจริงจังอีกครั้ง เพราะกรณีนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของวินัยสงฆ์เท่านั้น แต่เป็นความผิดทางอาญาที่ชัดเจน

ย้อนคำพิพากษาศาลฎีกา เจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด ผิดฐานเจ้าพนักงาน ต้องระวางรับโทษถึง 3 เท่า

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า สถานะของเจ้าอาวาสตามกฎหมายไทยนั้นมีความสำคัญมาก เพราะตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า พระภิกษุที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ถือเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา ดังนั้นเมื่อเกิดกรณี เจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด ผิดฐานเจ้าพนักงาน ต้องระวางรับโทษถึง 3 เท่า จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง แต่เป็นไปตามบรรทัดฐานของคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3583/2565 ที่ย้ำเตือนให้เห็นถึงความรุนแรงของโทษทางกฎหมาย

ทำไมเจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด ผิดฐานเจ้าพนักงาน ต้องระวางรับโทษถึง 3 เท่า?

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3583/2565 ได้วางแนวทางไว้ว่า หากเจ้าอาวาสใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ร่วมกับผู้อื่นกระทำการทุจริต ไม่ว่าจะเป็นการเบียดบังงบประมาณแผ่นดิน หรือการร่วมกันฟอกเงิน จะต้องได้รับโทษเพิ่มเป็น 3 เท่าตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งถือเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดในการจัดการกับผู้ที่ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด การที่ เจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด ผิดฐานเจ้าพนักงาน ต้องระวางรับโทษถึง 3 เท่า จึงเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับพระสงฆ์ที่ถือครองอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของวัด

บทเรียนในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า กฎหมายบ้านเมืองมีความศักดิ์สิทธิ์และพร้อมจะดำเนินการกับทุกคนที่กระทำผิดอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานะเจ้าพนักงานของรัฐ การยักยอกเงินบริจาคหรือเงินวัดไปเป็นของส่วนตัว นอกจากจะผิดต่อพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว ยังต้องเผชิญกับวิบากกรรมทางกฎหมายที่หนักหนาสาหัสกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว

  • กฎหมายคณะสงฆ์เทียบเท่าเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา
  • พฤติการณ์ทุจริตต่อเงินวัดถือเป็นความผิดต่อหน้าที่
  • โทษฟอกเงินของเจ้าพนักงานมีความรุนแรงสูงถึง 3 เท่า

ท้ายที่สุดนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภาพสะท้อนว่าการบริหารจัดการวัดจำเป็นต้องมีความโปร่งใส และการตรวจสอบจากญาติโยมรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดกรณีที่พระสงฆ์หลงผิดใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ซึ่งนอกจากจะสร้างความเสื่อมเสียให้กับพุทธศาสนาแล้ว ยังต้องรับโทษทางอาญาที่ไม่มีใครช่วยได้

ที่มา – ย้อนคำพิพากษาศาลฎีกา เจ้าอาวาสยักยอกเงินวัด ผิดฐานเจ้าพนักงาน ต้องระวางรับโทษถึง 3 เท่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *