เกาหลีใต้สงสัยแฮกเกอร์ขโมยคริปโทฯ Upbit
เกาหลีใต้สงสัยว่ากลุ่มแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือขโมยคริปโทฯ จาก Upbit กว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ งานนี้ทำเอาวงการคริปโทฯ ในแดนกิมจิต้องสั่นสะเทือนกันเลยทีเดียว มาเจาะลึกรายละเอียดของเหตุการณ์นี้กัน
เกาหลีใต้สงสัยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยคริปโทฯ จาก Upbit กว่า 30 ล้านดอลล์
กลุ่มแฮกเกอร์ลาซารัส (Lazarus) ที่ได้รับการสนับสนุนโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลักในคดีขโมยคริปโทเคอร์เรนซีมูลค่ามหาศาลถึง 4.5 หมื่นล้านวอน (ราว 30 ล้านดอลลาร์) จาก Upbit ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สร้างความเสียหายและความกังวลให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก
แหล่งข่าววงในเผยว่า ทางการเกาหลีใต้เตรียมที่จะเข้าตรวจสอบสำนักงานใหญ่ของ Upbit อย่างละเอียด เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม และเชื่อมั่นว่ากลุ่มแฮกเกอร์ลาซารัสมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจรกรรมครั้งนี้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีการเปิดเผยว่าวิธีการโจมตีมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์โจรกรรมเหรียญอีเธอเรียมมูลค่า 5.8 หมื่นล้านวอนที่เคยเกิดขึ้นกับ Upbit ในปี 2562 อีกด้วย
รายงานข่าวระบุว่า Upbit ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องการถูกโจรกรรมหลังจากงานแถลงข่าวของ เนเวอร์ คอร์ป (Naver Corp.) ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ เพียงไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งในงานแถลงข่าว เนเวอร์ได้ประกาศแผนการเข้าซื้อกิจการของ ดูนามู (Dunamu) บริษัทแม่ของ Upbit ด้วยดีลแลกหุ้นที่มีมูลค่าสูงถึง 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์ นักวิเคราะห์หลายรายจึงมองว่ากลุ่มแฮกเกอร์อาจจงใจเลือกวันดังกล่าวในการโจมตี เพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง
ตัวแทนของดูนามูได้ออกมากล่าวว่า ขณะนี้แพลตฟอร์มกำลังเร่งตรวจสอบหาสาเหตุและประเมินขนาดของการโอนเงินที่ผิดปกติที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน ราคาหุ้นของเนเวอร์ก็ร่วงลงถึง 2.8% ในการซื้อขายวันนี้ (28 พฤศจิกายน) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลกระทบทางลบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ทำไมต้องเป็น Upbit?
ทำไมกลุ่มแฮกเกอร์ถึงเลือกที่จะโจมตี Upbit? ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าเหตุการณ์ เกาหลีใต้สงสัยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยคริปโทฯ จาก Upbit กว่า 30 ล้านดอลล์ ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เกาหลีเหนือกำลังประสบปัญหาในการระดมเงินทุนอย่างหนัก เนื่องจากขาดแคลนสกุลเงินต่างประเทศ การโจรกรรมคริปโทฯ จึงกลายเป็นช่องทางหนึ่งในการหาเงินเข้าประเทศ
เหตุการณ์นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ต่อ Upbit เท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดคริปโทเคอร์เรนซีโดยรวมด้วย นักลงทุนอาจเกิดความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแพลตฟอร์มซื้อขาย และอาจชะลอการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล
ดังนั้น แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ทุกแห่งควรเพิ่มความระมัดระวังและยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์ และสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
เหตุการณ์ เกาหลีใต้สงสัยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยคริปโทฯ จาก Upbit กว่า 30 ล้านดอลล์ ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกคนในวงการคริปโทฯ เราต้องไม่ประมาทและต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ
ที่มา – เกาหลีใต้สงสัยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือขโมยคริปโทฯ จาก Upbit กว่า 30 ล้านดอลล์