เกาหลีใต้จับตาฟอกเงินสแกมเมอร์กัมพูชา คริปโทฯ พุ่ง
สำนักงานตรวจสอบบริการทางการเงิน (Financial Supervisory Service – FSS) ของเกาหลีใต้กำลังเกาหลีใต้จับตาฟอกเงินสแกมเมอร์กัมพูชา หลังพบว่าการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลระหว่างตลาดคริปโทเคอร์เรนซีของเกาหลีใต้กับกัมพูชาพุ่งสูงขึ้นอย่างมากถึง 1,400 เท่าเมื่อปีที่แล้ว เรื่องนี้สร้างความวิตกกังวลว่าเกาหลีใต้อาจถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงิน หรือการโอนเงินผิดกฎหมายที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมในกัมพูชา
เดอะโคเรียไทมส์รายงานข้อมูลจาก FSS ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การโอนสกุลเงินดิจิทัลระหว่างตลาดซื้อขายคริปโทฯ หลัก 5 แห่งของเกาหลีใต้ ได้แก่ Upbit, Bithumb, Coinone, Korbit และ Gopax กับแพลตฟอร์ม Huione Guarantee ของกัมพูชา มีมูลค่ารวมสูงถึง 1.28 หมื่นล้านวอน (2.90 แสนล้านบาท) ในปี 2567 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 1,400 เท่า จาก 9.22 ล้านวอน (2.09 แสนบาท) ในปี 2566
กลุ่มธุรกิจการเงิน Huione Group ในกรุงพนมเปญ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Huione Guarantee ได้ถูกรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรคว่ำบาตรในฐานะเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากต้องสงสัยว่าใช้แพลตฟอร์มสินทรัพย์ดิจิทัลแห่งนี้เป็นช่องทางสำคัญในการฟอกเงินที่ได้จากการฉ้อโกงและการโจรกรรม
นอกจากประเด็นคริปโทเคอร์เรนซีแล้ว ข้อมูลของ FSS ยังเผยด้วยว่า สาขาในกัมพูชาของธนาคารเกาหลีใต้ 4 แห่ง ได้แก่ Jeonbuk Bank, KB Kookmin Bank, Shinhan Bank และ Woori Bank จ่ายดอกเบี้ยเงินฝากรวมกันเป็นมูลค่า 1.45 พันล้านวอน ให้แก่ Prince Group บริษัทกัมพูชาที่ต้องสงสัยว่ามีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางอาชญากรรม โดยปัจจุบันยอดเงินฝากของ Prince Group รวม 9.1 หมื่นล้านวอนที่อยู่ในธนาคารเหล่านี้ ได้ถูกอายัดไว้ตามมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศแล้ว
สส. คัง มิน-กุก จากพรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของเกาหลีใต้ และเป็นผู้ที่ได้รับข้อมูลดังกล่าวจาก FSS ตั้งข้อสังเกตว่า องค์กรอาชญากรรมในกัมพูชาอาจใช้สาขาของธนาคารเกาหลีใต้เพื่อฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย และเรียกร้องให้หน่วยงานทางการเงินดำเนินการสืบสวนอย่างละเอียด
“เนื่องจากธนาคารบางแห่งที่มีส่วนร่วมกับกลุ่มอาชญากรรมในกัมพูชา โดยมีความร่วมมือกับตลาดซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบความเป็นไปได้ในการฟอกเงินอย่างครอบคลุม” สส. คัง กล่าว
ด้านอี อ็อก-วอน ประธานคณะกรรมการบริการทางการเงิน (Financial Services Commission – FSC) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินสูงสุดของเกาหลีใต้ ได้ให้คำมั่นว่าจะออกมาตรการเชิงรุกในการอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเงินที่ได้จากกลุ่มอาชญากรรมในกัมพูชา และปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลที่มีอยู่
“เราจะเร่งกำหนดรายชื่อบุคคลและนิติบุคคลที่ต้องถูกจำกัดการทำธุรกรรมทางการเงินภายใต้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ” เขากล่าวในระหว่างการตอบข้อซักถามของรัฐสภา
ขณะที่ อี ชาน-จิน ผู้ว่าการ FSS ยอมรับถึงปัญหาการขาดระบบกำกับดูแลสาขาในต่างประเทศของธนาคารเกาหลีใต้ และให้คำมั่นว่าจะเร่งจัดเตรียมมาตรการทางกฎหมายเพื่อแก้ไขช่องว่างนี้ และนำไปปฏิบัติให้เกิดผลทันทีตามคำสั่งของรัฐบาล
เกาหลีใต้จับตาฟอกเงินสแกมเมอร์กัมพูชา
ทำไมเกาหลีใต้ต้องจับตาฟอกเงินสแกมเมอร์กัมพูชา?
เหตุผลที่เกาหลีใต้จับตาฟอกเงินสแกมเมอร์กัมพูชาอย่างใกล้ชิดนั้น เนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการโอนเงินดิจิทัลระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มที่ถูกสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ การเพิ่มขึ้นของการทำธุรกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการใช้ระบบการเงินของเกาหลีใต้เป็นช่องทางในการฟอกเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงและการโจรกรรม
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ธนาคารเกาหลีใต้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการจ่ายดอกเบี้ยให้กับกลุ่มบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางอาชญากรรม ยิ่งทำให้สถานการณ์ซับซ้อนและน่ากังวลมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้บ่งชี้ถึงความจำเป็นในการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนและมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการฟอกเงิน
สถานการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า อาชญากรรมทางการเงินมีความซับซ้อนและไร้พรมแดน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด และปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้ระบบการเงินมีความปลอดภัยและโปร่งใส การที่เกาหลีใต้จับตาฟอกเงินสแกมเมอร์กัมพูชา ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการตระหนักถึงปัญหาและพร้อมที่จะดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง
ที่มา – เกาหลีใต้จับตาฟอกเงินสแกมเมอร์กัมพูชา หลังพบโอนคริปโทฯ พุ่ง 1,400 เท่า – 4 แบงก์พัวพันจ่ายดอกเบี้ย