อิหร่านตอบโต้ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพลังงาน-น้ำจืด

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก เมื่ออิหร่านตอบโต้ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-น้ำจืดทั่วทั้งภูมิภาค หากสหรัฐฯ กล้าที่จะโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน คำขู่ครั้งนี้มาจากกองบัญชาการกลางคาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งประกาศชัดเจนว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบผลิตน้ำจืดของสหรัฐฯ และพันธมิตรทั้งหมดในพื้นที่ สิ่งนี้จุดชนวนความกังวลให้กับทุกฝ่าย เพราะโครงสร้างเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตในภูมิภาคที่แห้งแล้งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อิหร่านตอบโต้ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-น้ำจืด

ทุกอย่างเริ่มต้นจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ออกโรงขู่ก่อน โดยให้กำหนดเวลา 48 ชั่วโมงแก่อิหร่านให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ มิฉะนั้นจะถล่มโรงไฟฟ้าทั้งหมดให้ย่อยยับ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันหลักของโลก คิดเป็น 20% ของการค้าพลังงานทั่วโลก การปิดกั้นจึงกระทบหนักต่อเศรษฐกิจโลก อิหร่านจึงตอบโต้ด้วยคำขู่สุดโต่ง พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานที่เปราะบางที่สุดของฝ่ายตรงข้าม

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านปะทุมาตั้งแต่ 28 ก.พ. และลุกลามมาถึงจุดนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการโจมตีโครงสร้างพลังงานและน้ำจะสร้างผลกระทบแบบลูกโซ่ แม้เศรษฐกิจแถบอ่าวเปอร์เซียจะขับเคลื่อนด้วยน้ำมันและก๊าซ แต่ชีวิตประจำวันของประชากร 100 ล้านคนพึ่งพาน้ำจืดจากโรงงาน desalination หรือการกลั่นน้ำทะเลเกือบทั้งหมด

ความเสี่ยงจากอิหร่านตอบโต้ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-น้ำจืด

ตะวันออกกลางคือดินแดนแห้งแล้งสุดขีด ไม่มีแม่น้ำใหญ่ถาวรตลอดคาบสมุทรอาหรับ ยกเว้นทะเลสาบเล็กๆ ในโอมานและเยเมนที่น้ำกร่อย กลุ่มประเทศ GCC (รัฐอ่าวเปอร์เซีย) อย่างบาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดีอาระเบีย พึ่งพาชั้นหินอุ้มน้ำใต้ดิน แต่ถูกสูบแห้งเกินขีดจำกัดไปแล้ว ระบบ desalination จึงกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะในกาตาร์และบาห์เรนที่น้ำกว่า 50% ไปหล่อเลี้ยงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและศูนย์ข้อมูล

  • บาห์เรน: ผลิตน้ำจืด 100% จาก desalination ตั้งโรงงานชายฝั่งเปิดโล่ง
  • คูเวต: ใช้น้ำจืด 90% จากโรงกลั่น รองรับประชากรหนาแน่น
  • กาตาร์: น้ำจืดส่วนใหญ่สนับสนุนก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: ดุไบและอาบูดาบีพึ่งพาโรงงานขนาดยักษ์
  • ซาอุดีอาระเบีย: โครงการ NEOM ต้องการน้ำมหาศาล
  • โอมาน: ยังพอมีน้ำใต้ดินแต่เสี่ยงขาดแคลน

โรงงานเหล่านี้ตั้งในนิคมอุตสาหกรรมชายฝั่ง เปิดโล่ง ยากป้องกันการโจมตีทางอากาศหรือขีปนาวุธ หากหยุดชะงัก ภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และครัวเรือนจะล้มครืนทันที น้ำประปาจะขาดแคลน ส่งผลให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรม

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงจากวิกฤตนี้

นอกจากน้ำจืด โครงสร้างพลังงานอย่างท่อส่งก๊าซ โรงกลั่นน้ำมัน และระบบ IT ก็ตกเป็นเป้า ภูมิภาค GCC ผลิตน้ำมัน 30% ของโลก หากถูกโจมตี ราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุฟ้า ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน RAND ชี้ว่าความเสี่ยงนี้สูงขึ้นตั้งแต่สงครามเริ่ม แม้ตอนนี้การจ่ายน้ำยังปกติ แต่แค่โดรนหรือจรวดไม่กี่ลูกก็พอทำให้ระบบล้ม

อิหร่านมีประสบการณ์จากสงครามเงากับสหรัฐฯ มาก่อน และมีพันธมิตรอย่างฮูธติในเยเมนที่เคยโจมตีโครงสร้างซาอุฯ ปี 2019 ทำให้โรงกลั่นน้ำมันหยุดชะงัก สถานการณ์คล้ายกันอาจเกิดซ้ำ ล่าสุด 22 มี.ค. คำขู่ของอิหร่านยิ่งทำให้ตลาดน้ำมันผันผวน นักลงทุนเร่งหาที่หลบภัย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์อิหร่านตอบโต้ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-น้ำจืดนี้เผยให้เห็นความเปราะบางของภูมิภาคที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ท่ามกลางความขัดแย้งเก่าแก่ การทูตจึงเป็นทางออกเดียว หากปล่อยไว้ วิกฤตน้ำและพลังงานอาจกลายเป็นหายนะใหญ่หลวง

คุณคิดว่าสหรัฐฯ จะถอยหรือไม่? ติดตามพัฒนาการข่าวต่างประเทศและวิเคราะห์เชิงลึกเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา สมัครรับแจ้งเตือนเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านตอบโต้ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-น้ำจืดทั่วภูมิภาค หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *