อิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย

อิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรู

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียด เมื่ออิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย โฆษกกองทัพอิหร่านประกาศกร้าวเมื่อวันเสาร์ที่ 8 มีนาคม 2569 ว่า เรือของฝ่ายศัตรูทุกประเภทที่กล้าแล่นเข้าสู่พื้นที่นี้จะถูกโจมตีและจมลงสู่ก้นทะเลทันที การประกาศนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่รุนแรงระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันทั่วโลก

อิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยงานทหารชั้นนำของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ผ่านสำนักข่าวเซปาห์นิวส์ โดยยืนยันว่าพวกเขาได้ใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ “Louise P” ที่ชักธงของหมู่เกาะมาร์แชลล์ และถูกระบุว่าเป็นทรัพย์สินของสหรัฐอเมริกา การโจมตีเกิดขึ้นบริเวณกลางอิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน นอกจากนี้ IRGC ยังประกาศให้ทรัพย์สินของอิสราเอลและสหรัฐฯ ทุกแห่งในภูมิภาคเอเชียตะวันตก เป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” สำหรับการโจมตีของกองกำลังอิหร่าน

รายละเอียดการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าว IRNA ของทางการอิหร่านรายงานว่า IRGC ได้ใช้โดรนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำชื่อ “Prima” บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก เรือลำนี้ถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามคำเตือนหลายครั้งจากกองทัพเรือ IRGC เกี่ยวกับข้อห้ามการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ เหตุการณ์เหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงกลยุทธ์ของอิหร่านในการใช้โดรนและขีปนาวุธเพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือในอ่าวเปอร์เซีย

อ่าวเปอร์เซียเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่สำคัญที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมพลังงานโลก เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง การที่อิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย จึงก่อให้เกิดความกังวลในหมู่บริษัทขนส่งน้ำมันและประเทศผู้นำเข้าน้ำมัน เช่น จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาเส้นทางนี้อย่างมาก หากเกิดการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

บริบทความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล

ความตึงเครียดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉยๆ แต่เป็นผลจากสงครามเงาระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลที่ยืดเยื้อมานาน โดยอิหร่านสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธอย่างฮูธีในเยเมนและฮิซบุลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งโจมตีอิสราเอลและเรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับตะวันตก สหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของอิสราเอล ได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินไปยังภูมิภาคเพื่อตอบโต้ ในขณะที่อิหร่านพัฒนาขีปนาวุธและโดรนรุ่นใหม่ๆ เพื่อป้องกันตัวเอง

  • IRGC ใช้โดรนโจมตีเรือ Louise P และ Prima
  • ประกาศทรัพย์สินสหรัฐฯ-อิสราเอลเป็นเป้าหมายชอบธรรม
  • ช่องแคบฮอร์มุซถูกควบคุมด้วยข้อห้ามเดินเรือ
  • ผลกระทบ: ราคาน้ำมันโลกอาจผันผวน

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศมองว่า การกระทำของอิหร่านเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงศัตรู แต่ก็เสี่ยงต่อการยกระดับเป็นสงครามเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ เตรียมตอบโต้ด้วยการเพิ่มกำลังทหารในพื้นที่

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเมือง

จากเหตุการณ์อิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ตลาดน้ำมันโลกตอบสนองทันที โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2% ในวันเดียวกัน บริษัทประกันภัยเรือสินค้าก็เพิ่มเบี้ยประกันในเส้นทางอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเคมีและพลาสติกที่ใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบหลัก

ในแง่การเมือง อิหร่านอาจใช้เหตุการณ์นี้เพื่อรวมชาติและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำ อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐฯ หรืออิสราเอลตอบโต้รุนแรง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่กว้างขึ้น ผู้ประกอบการไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สรุปแล้ว เหตุการณ์นี้เน้นย้ำถึงความเปราะบางของเส้นทางการค้าโลก สถานการณ์ในอ่าวเปอร์เซียยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากคุณสนใจข่าวสารด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ สมัครรับข่าวสารจากเราเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – อิหร่านขู่จมเรือฝ่ายศัตรูทุกลำที่เข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *