อินโดฯ เกินดุลการค้าต่ำกว่าคาด จริงหรือ?
รัฐบาลอินโดนีเซียเปิดเผยตัวเลขอินโดฯ เกินดุลการค้าต่ำกว่าคาดในเดือนพฤศจิกายน ขยายตัวที่ 2.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ สาเหตุหลักมาจากยอดส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์หลักอย่างถ่านหิน นิกเกิล และทองแดงปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคม พุ่งทะยานสูงสุดในรอบ 20 เดือน สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่าย
ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอินโดนีเซียจะอินโดฯ เกินดุลการค้าต่ำกว่าคาดในเดือนพฤศจิกายน ราว 3.06 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่เดือนตุลาคม มียอดเกินดุลอยู่ที่ 2.39 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขที่ออกมาจริงจึงต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้พอสมควร
อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในอาเซียน ยังคงรักษาภาวะเกินดุลการค้าได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 โดยในช่วงต้นปีได้รับอานิสงส์จากกลุ่มผู้ผลิตที่เร่งส่งออกสินค้าเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดส่งออกในช่วงเเรกของปีสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวในช่วงไม่กี่เดือนหลัง โดยในเดือนพฤศจิกายน ลดลงถึง 6.60% เมื่อเทียบรายปี คิดเป็นมูลค่า 2.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งต่ำกว่าที่เหล่านักวิเคราะห์ประเมินไว้ว่าจะลดลงเพียง 0.53% เท่านั้น
สำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซียระบุว่า สาเหตุหลักมาจากมูลค่าการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์หลักลดลง ทั้งถ่านหิน น้ำมันปาล์ม นิกเกิล และทองแดง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกหลักของประเทศ ส่วนยอดนำเข้าเดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ 1.98 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.46% จากปีก่อนหน้า ซึ่งถือว่าน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 3.2%
ปัจจุบัน อินโดนีเซียปิดดีลเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) แล้ว และลงนามข้อตกลงกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชียที่มีรัสเซียเป็นผู้นำ เพื่อขยายตลาดนอกเหนือจากสหรัฐฯ นอกจากนี้ รัฐบาลจาการ์ตายังตั้งเป้าจะลงนามข้อตกลงด้านภาษีกับสหรัฐฯ ให้เสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ด้วย เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเเข่งขันทางการค้า
สำหรับสถานการณ์เงินเฟ้อ อัตราเงินเฟ้อรายปีพุ่งสู่ระดับ 2.92% ในเดือนธันวาคม สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.73% โดยมีปัจจัยหลักจากราคาทองคำและอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับเหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มทางตอนเหนือของเกาะสุมาตราที่ทำให้การกระจายสินค้าติดขัด ส่งผลให้ราคาสินค้าสูงขึ้น
แม้เงินเฟ้อเดือนธันวาคม จะสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 แต่ยังถือว่าอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1.5%-3.5% ของธนาคารกลาง ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core Inflation) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและสินค้าควบคุมโดยรัฐ อยู่ที่ 2.38% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ 2.40% เล็กน้อย ซึ่งไฟซัลมองว่า ระดับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในเกณฑ์นี้จะช่วยให้ธนาคารกลางอินโดนีเซียสามารถคงนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อพยุงเศรษฐกิจต่อไปได้
อินโดฯ เกินดุลการค้าต่ำกว่าคาด
ปัจจัยที่ส่งผลต่อ อินโดฯ เกินดุลการค้าต่ำกว่าคาด
- การลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์หลัก
- ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
- ความผันผวนของค่าเงินรูเปียห์
สถานการณ์ อินโดฯ เกินดุลการค้าต่ำกว่าคาดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่อินโดนีเซียกำลังเผชิญ ทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ การติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถปรับตัวและดำเนินนโยบายที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศต่อไป
ที่มา – อินโดฯ เกินดุลการค้าต่ำกว่าคาด เหตุส่งออกถ่านหิน-ทองแดงลดลง