อัล อาห์ลี เฉือน มาชิดะ เซลเวียร์ ป้องกันแชมป์ ACL สมัย 2
ฟุตบอลเอเชียร้อนระอุ! อัล อาห์ลี เฉือน มาชิดะ เซลเวียร์ ในช่วงต่อเวลา จนสามารถป้องกันแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่ 2 ได้สำเร็จ เกมนี้เกิดขึ้นที่สนามคิง อับดุลลาห์ สเตเดียม ในเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา แฟนบอลเจ้าถิ่นแน่นขนัด สร้างบรรยากาศสุดกดดันให้ทีมจากญี่ปุ่นที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่เจ ลีกได้ไม่นาน
อัล อาห์ลี เฉือน มาชิดะ เซลเวียร์ ช่วงต่อเวลา ป้องกันแชมป์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก สมัย 2
อัล อาห์ลี ทีมยักษ์ใหญ่จากลีกซาอุดิอาระเบีย จัดทัพสุดอลังการด้วยนักเตะต่างชาติถึง 10 คน ซึ่งเป็นกำลังหลักที่ทำให้ทีมครองความยิ่งใหญ่ในรายการนี้ นำโดยผู้รักษาประตูชื่อดังอย่างเอดูอาร์ด เมนดี อดีตนายทวารเชลซีที่เซฟจังค์โก่งหลายหน, ริยาด มาห์เรซ ปีกจอมเลื้อยจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้และเลสเตอร์ ซิตี้, แฟรงก์ เคสซี่ มิดฟิลด์ตัวรับสุดแกร่งจากเอซี มิลานและบาร์เซโลนา, รวมถึงอีวาน โทนีย์ กองหน้าตัวเป้าจากเบรนต์ฟอร์ด ที่ช่วยสร้างสรรค์โอกาสมากมาย
เกมการแข่งขันสุดสูสี ก่อนพลิกชัยช่วงต่อเวลา
แม้จะเป็นทีมเต็งแชมป์ แต่เกมใน 90 นาทีแรก อัล อาห์ลี ต้องเจอกับการตั้งรับสุดเหนียวแน่นจากมาชิดะ เซลเวียร์ ทีมรองบ่อนจากญี่ปุ่นที่เพิ่งขึ้นชั้นเจ ลีกได้เพียง 3 ฤดูกาลเท่านั้น ทีมเยือนเล่นแบบสมดุลทั้งเกมรุกรับ แฟนบอลอัล อาห์ลีช่วยกดดันจนทีมญี่ปุ่นแทบหายใจไม่ออก แต่กระทั่งนาทีที่ 68 ซากาเรีย อัล-ฮาว์ซาวี แบ็กซ้ายชาวซาอุฯ คนเดียวของเจ้าถิ่น โดนใบแดงไล่ออก ทำให้เหลือ 10 คน สถานการณ์เริ่มล่อแหลม
ท้ายที่สุด เกมในเวลาปกติจบลงด้วยสกอร์ 0-0 ต้องต่อเวลาพิเศษเพื่อหาผู้ชนะ และนี่คือช่วงเวลาที่อัล อาห์ลีแสดงศักยภาพตัวจริง! ในนาทีที่ 96 ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลลึกไปเสาไกล แฟรงก์ เคสซี่ จ่ายต่อให้เฟราส อัล-บิกาน กองหน้าตัวสำรองชาวซาอุฯ ที่ลงมาเปลี่ยนตัว ซัดเข้าไปอย่างเฉียบขาด เป็นประตูชัยที่ทำให้อัล อาห์ลีคว้าแชมป์ไปครอง
- จุดเด่นของอัล อาห์ลี: ใช้สตาร์ดังจากยุโรป ทำให้ครองบอลและสร้างโอกาสได้ดี
- ความน่าประทับใจของเซลเวียร์: ตั้งรับเหนียว แม้แพ้แต่สู้ได้สูสี
- สถิติสำคัญ: ซาอุฯ ครองแชมป์เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก รวม 8 สมัย (อัล-ฮิลาล 4, อัล-อิตติฮัด 2, อัล-อาห์ลี 2)
ชัยชนะนี้นับเป็นการป้องกันแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ต่อจากซีซั่น 2024/25 และเป็นการเอาชนะทีมญี่ปุ่นสมัยที่ 2 หลังจากซีซั่นก่อนถล่มคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ไปขาดลอย แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาของสโมสรซาอุฯ ที่ทุ่มทุนซื้อตัวผู้เล่นระดับโลก จนกลายเป็นมหาอำนาจลูกหนังเอเชีย
นอกจากนี้ ลีกซาอุดิอาระเบียกำลังมาแรงสุดๆ ด้วยเงินทุนมหาศาลจากกองทุนรัฐ ทำให้ดึงดูดสตาร์ดังจากทั่วโลกมาร่วมทีม ส่งผลให้เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก มีคุณภาพสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทีมอย่างอัล-ฮิลาล อัล-อิตติฮัด และอัล-อาห์ลี กลายเป็นตัวแทนเอเชียที่พร้อมท้าชิงเวทีโลก
สำหรับแฟนบอลไทย การแข่งขันนี้เป็นแรงบันดาลใจให้ทีมไทยอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หรือการท่าเรือ ที่หวังก้าวสู่ระดับท็อปเอเชีย ต้องปรับตัวตามโมเดลซาอุฯ ด้วยการเสริมทีมด้วยนักเตะคุณภาพ
คุณคิดอย่างไรกับชัยชนะของอัล อาห์ลีครั้งนี้? แสดงให้เห็นว่าประสบการณ์และทุนทรัพย์สำคัญแค่ไหนในการแข่งขันเอเชีย ติดตามข่าวฟุตบอลเอเชียและพรีวิวการแข่งขันเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเราเลยนะ!
ที่มา – อัล อาห์ลี เฉือน มาชิดะ เซลเวียร์ ช่วงต่อเวลา ป้องกันแชมป์ เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก สมัย 2