อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับคดีคลังน้ำมันอ่างทองคดีพิเศษ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับ คดีคลังน้ำมันอ่างทอง ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในช่วงวิกฤตน้ำมันขาดแคลน หลังจากที่เจ้าหน้าที่บุกตรวจคลังน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด ในจังหวัดอ่างทอง พบน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมหาศาลโดยไม่มีเอกสารครบถ้วน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ยืนยันชัดเจนว่าจะรับโอนสำนวนคดีนี้มาเป็นคดีพิเศษ เพื่อเร่งรัดการสอบสวนให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คดีคลังน้ำมันอ่างทอง

เรื่องราวเริ่มต้นจากวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้าฯ (บก.ปคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการคดีพิเศษ ร่วมกันเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันดังกล่าว พบน้ำมันจำนวนมากเกินกว่าที่ควรจะมี โดยไม่มีใบกำกับการขนส่งให้ดู เจ้าหน้าที่ยังเก็บตัวอย่างน้ำมันจากถังเก็บ 2 ใน 5 ถัง เพื่อส่งตรวจสอบคุณภาพ หากพบการปลอมแปลงหรือผิดกฎหมาย กฎหมายว่าด้วยการค้าของน้ำมันเชื้อเพลิงจะถูกนำมาใช้ทันที คดีคลังน้ำมันอ่างทองนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์น้ำมันแพงและขาดแคลน ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI เปิดเผยกับสื่อเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ว่า DSI พร้อมรับโอนคดีนี้มาเป็นคดีพิเศษทันที โดยไม่ต้องรอผลตรวจน้ำมันจากพลังงานจังหวัดอ่างทอง เพราะข้อมูลเบื้องต้นชี้ชัดว่าพฤติการณ์เข้าข่ายมติบอร์ด กคพ. วันที่ 9 เมษายนแล้ว จะแยกเป็นคดีใหม่ ไม่ซ้ำกับคดีพิเศษเลขที่ 59/2569 และจะประสานเอกสารจากตำรวจ ปคบ. เร็วๆ นี้

ขั้นตอนการสอบสวนคดีคลังน้ำมันอ่างทอง

หลังรับโอนสำนวน DSI จะออกหมายเรียกพยานและบุคคลเกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นกรรมการบริษัท ผู้ถือหุ้น หรือแม้แต่คนนอกที่อาจสนับสนุนการกระทำผิด ประเด็นสำคัญที่จะขุดคุ้ยคือ การขยายวงไปยังผู้ร่วมกระทำผิด นอกจากเรื่องกักตุนแล้ว หากผลตรวจน้ำมันพบปลอมแปลงเพิ่ม จะดำเนินคดีเพิ่มทันที คำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษกำลังเสนอให้ นายกรัฐมนตรี ลงนาม โดยมีหน่วยงานภาคีอย่างกรมสรรพากร สคบ. และอื่นๆ มาร่วม เพื่อให้การคลี่คลายคดีรวดเร็วและครอบคลุม

นอกจากคดีคลังน้ำมันอ่างทองแล้ว ยังมีประเด็นน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี อีก 57-60 ล้านลิตร จากเรือขนส่ง 12 ลำ 20 เที่ยว จาก 8 บริษัทเรือ DSI ยืนยันว่าโรงกลั่นภาคตะวันออกไม่มีส่วนชะลอการส่ง แต่เรือเหล่านี้กลับประวิงเวลาอย่างผิดปกติ โดยเฉพาะ 4 บริษัทเรือสำคัญที่เกี่ยวข้องหลายลำและหลายเที่ยว คณะพนักงานสอบสวนได้เชิญบริษัทเหล่านี้เข้าชี้แจงตั้งแต่วันที่ 21-23 เมษายน ที่กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ

  • สอบถามการประกอบธุรกิจของบริษัท
  • ตรวจสอบใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ
  • ขยายผลไปยังเรือเพิ่มเติมจาก 12 เป็น 15 ลำ จาก 10 บริษัท
  • หาความเชื่อมโยงกับคลังน้ำมันปลายทาง

ข้อมูลเบื้องต้นชี้ว่าเป้าหมายจริงคือเรือ 15 ลำจาก 10 บริษัท แต่ 4 บริษัทเด่นมีพฤติการณ์น่าสงสัยที่สุด ช่วงวิกฤตนี้ การกักตุนน้ำมันแบบนี้กระทบเศรษฐกิจและผู้บริโภคหนัก หาก DSI สามารถคลี่คลายได้ จะเป็นสัญญาณดีให้ประชาชนมั่นใจในระบบยุติธรรมมากขึ้น

สรุปแล้ว คดีคลังน้ำมันอ่างทอง กำลังจะกลายเป็นคดีใหญ่ที่ DSI จัดการเต็มสูบ ด้วยการบูรณาการหลายหน่วยงาน เราคาดหวังว่าจะมีพัฒนาการน่าติดตามเร็วๆ นี้ ในมุมมองของผม คดีประเภทนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดของหน่วยงานรัฐในการปราบปรามพฤติกรรมไม่สุจริต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมพลังงานที่ sensitive ขนาดนี้ หากคุณมีข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากแชร์ความเห็น สามารถคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ ติดตามข่าวอัปเดตคดีคลังน้ำมันอ่างทองที่นี่ต่อไป!

ที่มา – อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับโอนสำนวนคดีคลังน้ำมันอ่างทอง เป็นคดีพิเศษ พบ 4 บริษัทเรือสำคัญ โยงน้ำมันล่องหน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *