อดีตนายกกอล์ฟแนะ กกท. ดูงานแข่งมืออาชีพ

อดีตนายกกอล์ฟแนะ กกท. ดูงานแข่งมืออาชีพ

เหตุการณ์ฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นกลางสนามกอล์ฟในจังหวัดฉะเชิงเทรา นำมาซึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการกีฬาไทย โดย “น้องเอย่า” เอยาวรินทร์ ประดับญาติ นักกอล์ฟเยาวชนวัย 15 ปี เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ข่าวนี้ทำให้หลายฝ่ายกลับมาพูดถึงมาตรการความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันกอล์ฟ โดยเฉพาะช่วงที่มีฝนตก ฟ้าร้อง หรือมีสัญญาณความเสี่ยงจากประจุไฟฟ้าในอากาศ

ล่าสุด “โปรเอ็กซ์” นายเมธี สุทัศน์ ณ อยุธยา อดีตนายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแนะนำให้การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ส่งบุคลากรไปศึกษาดูงานจากการแข่งขันกอล์ฟอาชีพที่มีระบบบริหารจัดการสภาพอากาศอย่างเป็นมืออาชีพ แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับนักกอล์ฟ แคดดี้ เจ้าหน้าที่ และผู้ชมในสนาม

อดีตนายกกอล์ฟแนะ กกท. ดูงานแข่งมืออาชีพ เพื่อยกระดับความปลอดภัย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ 2 รายการ ได้แก่ รายการของ ATGT ที่สนามชาเทรี่ยมเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี และการแข่งขัน TCT ของสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ที่สนามแรนโชชาญวี เขาใหญ่ ทั้งสองรายการต้องเผชิญกับฝนและฟ้าร้องจนต้องประกาศหยุดเล่นชั่วคราว แต่สามารถควบคุมสถานการณ์และดูแลผู้เล่นได้อย่างเป็นระบบ

โปรเอ็กซ์มองว่า การแข่งขันทั้งสองแห่งเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กกท. เพราะไม่ได้พิจารณาเพียงผลการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการติดตามสภาพอากาศ การสื่อสารกับนักกีฬา และการนำผู้เล่นกลับเข้าสู่คลับเฮาส์อย่างปลอดภัย เมื่อมีการประกาศหยุดเล่น นักกอล์ฟสามารถเคลื่อนตัวกลับมายังจุดปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดความเสี่ยง

ระบบจัดการฝนฟ้าคะนองที่แต่ละสนามใช้

  • การแข่งขัน ATGT: ใช้เจ้าหน้าที่ดูแลการแข่งขันประจำพื้นที่ หรือ WM On Site ร่วมกับประสบการณ์ของผู้อำนวยการจัดการแข่งขันและทีมงานที่ทำงานกับกอล์ฟอาชีพมาอย่างต่อเนื่อง
  • การติดตามสภาพอากาศ: ทีมงานพิจารณาข้อมูลจากเครื่องตรวจอากาศ รวมถึงสัญญาณประจุไฟฟ้า แม้บางช่วงจะยังไม่เห็นฟ้าผ่าหรือฝนตกหนัก ก็สามารถสั่งหยุดเล่นล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงได้
  • การแข่งขัน TCT: ใช้ระบบออนไลน์ควบคู่กับประสบการณ์ของผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน และกำหนดให้ผู้เล่นใช้รถกอล์ฟ จึงสามารถเดินทางกลับคลับเฮาส์ได้รวดเร็ว
  • การสื่อสารที่ชัดเจน: เมื่อมีคำสั่งหยุดเล่น นักกีฬาทุกคนต้องเข้าใจตรงกันและปฏิบัติตามทันที ไม่ควรฝืนเล่นต่อเพราะเห็นว่าฝนยังตกไม่หนัก

จุดที่ได้รับความสนใจมากคือการแข่งขัน TCT ซึ่งผู้เล่นสามารถกลับถึงคลับเฮาส์ได้ภายในเวลาไม่เกิน 10 นาทีหลังได้รับการแจ้งเตือน แม้จะไม่ได้ใช้แผนอพยพขนาดใหญ่หรือมีบุคลากรจำนวนมากคอยนำทาง แต่ด้วยกฎการใช้รถกอล์ฟและความเข้าใจของนักกอล์ฟที่มีประสบการณ์ ทำให้การเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัย

สำหรับรายการ ATGT ทีมงานใช้ระบบ WM On Site ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ดำเนินการมาเป็นเวลานาน ผสานกับการตัดสินใจของผู้อำนวยการจัดการแข่งขันหรือ TD ที่มีประสบการณ์สูง ระบบดังกล่าวช่วยให้ทีมงานประเมินสถานการณ์ได้ละเอียดขึ้น บางครั้งท้องฟ้าอาจดูเหมือนปลอดโปร่ง แต่ยังมีประจุไฟฟ้าอยู่ การเรียกนักกอล์ฟกลับก่อนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม แม้อาจทำให้ต้องรอเริ่มการแข่งขันใหม่เป็นเวลานานก็ตาม

บทเรียนที่ กกท. และสนามกอล์ฟควรนำไปปรับใช้

ข้อเสนอของอดีตนายกกอล์ฟไม่ได้หมายความว่าทุกสนามต้องใช้รูปแบบเดียวกัน แต่ควรนำหลักการสำคัญไปปรับให้เหมาะกับพื้นที่ จำนวนผู้เล่น และลักษณะการแข่งขัน แต่ละสนามควรมีผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยที่ตัดสินใจได้ทันที รวมทั้งต้องมีช่องทางสื่อสารที่นักกีฬาและเจ้าหน้าที่รับรู้ได้พร้อมกัน

นอกจากเครื่องตรวจอากาศแล้ว การฝึกอบรมบุคลากรก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ควบคุมการแข่งขันต้องเข้าใจข้อมูลสภาพอากาศ รู้ว่าควรหยุดเล่นเมื่อใด และสามารถอธิบายเหตุผลให้นักกีฬาเข้าใจได้ การมีผู้เชี่ยวชาญในประเทศที่สามารถอบรม TD หรือผู้บริหารการแข่งขันได้ จะช่วยให้วงการกอล์ฟไทยพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการอบรมจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว

แนวทางที่สนามกอล์ฟและผู้จัดการแข่งขันควรพิจารณา มีดังนี้

  • จัดทำแผนอพยพและซักซ้อมก่อนเริ่มการแข่งขันจริง
  • กำหนดจุดปลอดภัยและเส้นทางกลับคลับเฮาส์ให้ชัดเจน
  • เตรียมระบบแจ้งเตือนที่เข้าถึงนักกอล์ฟทุกกลุ่มอย่างรวดเร็ว
  • ให้ความรู้เรื่องฟ้าผ่า ฝนฟ้าคะนอง และการปฏิบัติตัวเมื่อมีประกาศหยุดเล่น
  • ประเมินแผนหลังจบการแข่งขัน เพื่อนำข้อผิดพลาดไปแก้ไขในการจัดงานครั้งต่อไป

เสียงเรียกร้องให้อดีตนายกกอล์ฟแนะ กกท. ดูงานแข่งมืออาชีพ จึงเป็นข้อเสนอที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง เพราะการดูงานจากสนามที่มีประสบการณ์จริงจะช่วยให้เห็นภาพทั้งระบบ ตั้งแต่การตรวจอากาศ การตัดสินใจของ TD ไปจนถึงการอพยพนักกีฬาในเวลาจำกัด

ในมุมมองของคนรักกีฬากอล์ฟ ความปลอดภัยควรเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก แม้การหยุดการแข่งขันอาจทำให้ตารางแข่งล่าช้า แต่ความล่าช้าย่อมดีกว่าการต้องแลกด้วยชีวิต ผู้จัดทุกระดับควรใช้บทเรียนครั้งนี้พัฒนาระบบอย่างจริงจัง เพื่อให้สนามกอล์ฟไทยเป็นพื้นที่แข่งขันที่สนุก มีมาตรฐาน และปลอดภัยสำหรับทุกคน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือกันและนำแนวทางที่ดีมาปรับใช้ วงการกอล์ฟไทยจะก้าวต่อไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

ที่มา – อดีตนายกส.กอล์ฟอาชีพ แนะ กกท. ยกทีมดูการจัดแข่งกอล์ฟแบบมืออาชีพ อพยพ ภายใน 10 นาทีหลังเตือน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *