อดีต ผอ.สำนักพุทธ นอนคุก ไร้ญาติประกันตัว
อดีต ผอ.สำนักพุทธ นอนคุก ไร้เงาญาติยื่นประกัน คุมตัวเข้าเรือนจำทันที หลังหลบหนีคดีไปต่างประเทศหลายปีด้วยกัน กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการสงฆ์และสังคมไทย
เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 นำตัวนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มายื่นฟ้องต่อศาลเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.162/2568
ฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 151, 157 และขอศาลได้สั่งให้จำเลยคืนหรือชดใช้เงินจำนวน 8,000,000 บาท คืนแก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้เสียหาย
ฝ่ายโจทก์ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากจำเลยได้กระทำความผิดในลักษณะนี้ในอีกหลายคดี คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับจำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี โดยจำเลยได้หลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกา และเป็นบุคคลที่ได้มีการขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของทางการไทยกลับมายังประเทศไทยเพื่อนำมาดำเนินคดี หากปล่อยตัวไปเกรงว่าจำเลยจะหลบหนีอีก จึงขอคัดค้านการประกันตัวจำเลย
ศาลมีคำสั่งประทับฟ้อง สำเนาให้จำเลย หมายขังจำเลย โดยไม่มีญาติหรือบุคคลอื่นใด ยื่นขอประกันตัวแต่อย่างใด สถานการณ์ล่าสุดของอดีต ผอ.สำนักพุทธ อดีต ผอ.สำนักพุทธ นอนคุก ไร้เงาญาติยื่นประกัน เป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง
ในส่วนของการกระทำความผิดตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ที่ จ.24/2566 ลงวันที่ 13 มิ.ย.2566 (จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 65 จังหวัด) เนื่องจากความผิดเกี่ยวข้องกับคดีหมายเลขดำที่ อท.110/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท.76/2567 และคดีหมายเลขดำที่ อท.133/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อท.125/2567 ของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ที่ศาลได้มีคำพิพากษาแล้ว
โดยในวันนี้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 ยื่นคำร้องขอฝากขังนายนพรัตน์ ผู้ถูกกล่าวหา ครั้งที่ 1 มีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่ วันที่ 29 ก.ย.2568 ถึงวันที่ 10 ต.ค.2568 เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมากที่ผู้ร้องจะต้องพิจารณา เช่น เอกสารการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อการบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้วัดจำนวน 65 วัด ผู้ร้องจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและเรียบเรียงฟ้องให้ถูกต้องครบถ้วนตามข้อเท็จจริง และต้องใช้เวลาในการคัดแยกและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาใช้ประกอบการฟ้องคดีเป็นชุดใหม่
อีกทั้งภายหลังจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหามาแล้วผู้ร้องต้องตรวจสอบว่าความผิดฐานใดที่เกี่ยวข้องกับผู้ถูกกล่าวหาขาดอายุความบ้างหรือไม่ ซึ่งจะต้องพิจารณาเป็นรายกรรม หากมีความผิดฐานใดที่ขาดอายุความ หรือมีข้อเท็จจริงใดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อำนาจในการพิจารณาเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด จึงต้องเสนอสำนวนตามลำดับชั้นถึงอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาอีกครั้งก่อนยื่นฟ้องคดี เป็นเหตุให้ผู้ร้องไม่สามารถยื่นฟ้องคดีต่อศาลได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
พนักงานอัยการ ผู้ร้อง ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำความผิดในลักษณะนี้ในอีกหลายคดี คดีมีอัตราโทษสูงและจำนวนเงินที่ผู้ถูกกล่าวหากับพวกร่วมกันเบียดบังเงินของรัฐไปเป็นของตนเป็นจำนวนมาก โดยมูลค่าความเสียหายเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาท ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาสามารถใช้เงินดังกล่าวเป็นทุนทรัพย์ในการหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น เพื่อให้หลุดพ้นจากถูกการดำเนินคดี
พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับภายหลังก่อเหตุผู้ถูกกล่าวหามีพฤติการณ์หลบหนีไปยังสหรัฐอเมริกา ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐติดตามตัวผู้ถูกกล่าวมาดำเนินคดีได้โดยยากและเป็นบุคคลที่ได้มีการร้องขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนของทางการไทยกลับมายังประเทศไทยเพื่อนำมาดำเนินคดี หากปล่อยตัวไปเกรงว่าผู้ถูกกล่าวหาจะหลบหนีอีก
ศาลไต่สวนแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้องมีกำหนด 12 วัน นับแต่วันนี้ และอนุญาตให้สอบถามผู้ต้องหาและทำการไต่สวนพยานหลักฐานในลักษณะการประชุมทางจอภาพในการฝากขังครั้งต่อไปได้ หมายขังผู้ต้องหา โดยไม่มีญาติหรือบุคคลอื่นใดยื่นขอประกันตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวผู้ต้องหาเข้าไปคุมขังยังเรือนจำกลางสมุทรสงครามทันที
อดีต ผอ.สำนักพุทธ นอนคุก ไร้เงาญาติยื่นประกัน
ทำไมอดีต ผอ.สำนักพุทธ นอนคุก ไร้เงาญาติยื่นประกัน?
เหตุผลหลักที่อดีต ผอ.สำนักพุทธ อดีต ผอ.สำนักพุทธ นอนคุก ไร้เงาญาติยื่นประกัน อาจเป็นเพราะความร้ายแรงของคดีและความกังวลว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีอีกครั้ง ประกอบกับการที่ผู้ต้องหาเคยหลบหนีไปต่างประเทศมาก่อน ทำให้ศาลและอัยการคัดค้านการประกันตัว
เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ข้าราชการและผู้มีอำนาจทุกคนพึงระลึกถึงความซื่อสัตย์สุจริตและความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพราะการกระทำทุจริตไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น แต่ยังนำมาซึ่งความเสื่อมเสียแก่ตนเองและองค์กร
ที่มา – อดีตผอ.สำนักพุทธ นอนคุก ไร้เงาญาติยื่นประกัน คุมตัวเข้าเรือนจำทันที