หมออี๊ด ชี้! ความฟิตนักกีฬา ไม่ใช่แค่ซิกแพค

จากกรณีที่ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวมือ 2 ของโลก ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปร่าง นพ.อี๊ด ลอประยูร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ สาขาเวชศาสตร์การกีฬา ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องหมออี๊ด ชี้ความฟิตของนักกีฬาไม่ได้อยู่ที่ซิกแพค โดยเน้นย้ำว่าความฟิตของนักกีฬาไม่ได้ตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น

กระแสวิจารณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการเผยแพร่ภาพของวิวในช่วงการแข่งขันอินเดีย โอเพ่น ซึ่งบางส่วนของแฟนกีฬาได้แสดงความคิดเห็นในเชิงลบเกี่ยวกับรูปร่างของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง “พุง” และเชื่อมโยงไปถึงความฟิตในการแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม นพ. สุทธิพงษ์ ตรีรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมันและศัลยกรรมปรับรูปร่าง ได้ออกมาให้ความเห็นโต้แย้ง โดยวิเคราะห์รูปร่างของวิว และชี้ให้เห็นว่าปัญหาเรื่องพุงไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความไม่ฟิต และชัยชนะในสนามไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างที่ถูกใจคนดูเสมอไป

หมออี๊ด ชี้ความฟิตของนักกีฬาไม่ได้อยู่ที่ซิกแพค

นพ.อี๊ด ลอประยูร ได้กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “หุ่นแบบนี้เป็นนักกีฬาแบดมินตันระดับโลกได้ไหม ? ก็คนนี้ไง เห็นๆกันอยู่ มีพุงน้อยๆแต่พองาม มีกล้ามแม้จะไม่ชัดเจน”

คุณหมออี๊ดยังกล่าวเสริมว่า การตัดสินความฟิตของนักกีฬาจากภาพเพียงภาพเดียวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง หากต้องการประเมินความฟิต ควรพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความแรง, กำลัง, ความเร็ว, ความอดทน, ความคล่องตัว และความสามารถในการฟื้นตัวหลังความเหนื่อยล้า

ทำไมหมออี๊ด ชี้ความฟิตของนักกีฬาไม่ได้อยู่ที่ซิกแพค จึงสำคัญ?

นพ.อี๊ด อธิบายว่า นักกีฬาไม่จำเป็นต้องมีซิกแพคเพื่อแสดงว่าฟิต แต่การมีน้ำหนักเกินอาจส่งผลเสียต่อการเคลื่อนไหวและการเล่นกีฬา นอกจากนี้ ในช่วงการแข่งขัน นักกีฬาอาจจำเป็นต้องทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำในปริมาณมาก ซึ่งอาจทำให้มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องส่วนล่างได้

“ถ้าทางการเวชศาสตร์เราไม่ได้ดูภาพภายนอก แต่เราวัดประสิทธิภาพความฟิตในทุกด้าน สำหรับ Body composition เป็นตัวชี้วัดความฟิตตัวหนึ่ง มักใช้การดูเปอร์เซ็นต์ไขมัน โดยทั่วไปนักแบดชายสัก 8-14% ก็ถือว่าเหมาะสม ถ้าเป็นนักเพาะกายค่อยต้องการ 6-8%” นพ.อี๊ด กล่าว

คุณหมอยังเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความรู้สึกของนักกีฬาเอง หากนักกีฬารู้สึกว่ารูปร่างของตนเองเหมาะสมและไม่ส่งผลกระทบต่อการเล่น ก็ถือว่าใช้ได้ แต่หากต้องการลดน้ำหนัก ควรทำอย่างถูกวิธี โดยเน้นการลดไขมันและรักษามวลกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ นพ.อี๊ดยังกล่าวถึงประเด็นเรื่องคอร์ติซอลและไขมันหน้าท้องในนักกีฬาว่า ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกับคนทั่วไป เนื่องจากนักกีฬาจะมีระดับคอร์ติซอลสูงจากการออกกำลังกายเป็นเรื่องปกติ ซึ่งแตกต่างจากผู้ป่วยที่มีระดับคอร์ติซอลสูงตลอดเวลาจนเกิดภาวะอ้วนลงพุง

ท้ายที่สุด นพ.อี๊ดได้กล่าวถึงประเด็นเรื่อง Body Shaming ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลทั่วไป การพูดคุยเรื่องรูปร่างควรจำกัดอยู่ในกลุ่มเพื่อนสนิทเท่านั้น

นพ.อี๊ด ยังได้ฝากข้อความถึงแฟนกีฬาว่า “รู้จัก Body Shaming ไหมครับ คุยกันเล่น ๆ กับเพื่อนได้ แต่พูดกับคนทั่วไปดูเป็นสิ่งไม่ดี ขออนุญาตคุณวิวกับคนใกล้ชิดที่เอารูปมาลง ทราบว่าบ้านทองหยอดเขามีนักวิทยาศาสตร์กีฬานักโภชนาการมาดูแลใกล้ชิดอยู่นะครับ พวกเราคอยเชียร์อยู่ห่าง ๆ ต่อไปยาว ๆ”

การออกมาให้ความเห็นของ นพ.อี๊ด ในครั้งนี้ ถือเป็นการให้ความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความฟิตของนักกีฬา และช่วยลดทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก ความฟิตที่แท้จริงวัดได้จากสมรรถภาพร่างกายโดยรวม ไม่ใช่แค่ซิกแพคสวยๆ เท่านั้น

ที่มา – หมออี๊ด ชี้ความฟิตของนักกีฬาไม่ได้อยู่ที่ซิกแพค หลัง วิว กุลวุฒิ ถูกวิจารณ์เรื่องรูปร่าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *