หนีมานาน ถูกจับเพราะผู้หญิง: ตร.รวบคาโรงแรม!
หนีมานาน ถูกจับเพราะผู้หญิง กลายเป็นข่าวครึกโครม เมื่อกองปราบใช้โปรไฟล์สาวสวยล่อจับผู้ต้องหาตามหมายจับปฏิทิน ตร.ลำดับที่ 93 ถึงในม่านรูด ปิดคดีฆ่าโหดยิงแสกหน้าภรรยา
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป. พ.ต.ท.วีรพงค์ สีลินลี สว.กก.5 บก.ป. และ ร.ต.อ.นิติธร ประชันกาญจนา รอง สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุม
นายสุริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ 85/2567 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2567 ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธ เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองฯ” ได้บนสะพานลอยริมถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ

หนีมานาน ถูกจับเพราะผู้หญิง เรื่องราวการตามล่า
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2567 นายสุริยา ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นเอเยนต์ยาเสพติดรายใหญ่ใน อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู ได้ก่อเหตุยิงศีรษะ น.ส.ลัดดาวัลย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ภรรยา ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 3 คน เสียชีวิตคาบ้านพักในพื้นที่ ต.กุดแห่ อ.นากลาง สาเหตุมาจากความโกรธที่ภรรยานำเงินค่ายาบ้าหลายแสนบาทไปเล่นพนันออนไลน์จนหมดสิ้น พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐานและขอศาลออกหมายจับ นอกจากนี้ ผู้ต้องหายังก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขึ้นบัญชีประกาศสืบจับผู้ต้องหาสำคัญ ปี 2568 ในลำดับที่ 93
หลังก่อเหตุ นายสุริยาได้หลบหนีไปทำงานในจังหวัดต่างๆ โดยพยายามอำพรางตัวและไม่ใช้โทรศัพท์ติดต่อกับคนในครอบครัว เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทำให้การติดตามตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก
แผนล่อจับสุดแนบเนียน: หนีมานาน ถูกจับเพราะผู้หญิง จริงหรือ?
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงตัดสินใจใช้กลยุทธ์ใหม่ โดยการปลอมโปรไฟล์เป็นสาวสวยหน้าตาดี เข้าไปส่องดูโปรไฟล์ของกลุ่มเพื่อนสนิทของผู้ต้องหาทาง TikTok จนกระทั่งพบบัญชีผู้ใช้ต้องสงสัย จึงเริ่มแชทตีสนิทในทำนองชู้สาว จนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้ามากบดานในกรุงเทพมหานคร จึงได้นัดหมายให้มาพบกันที่โรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งในย่านประเวศ พร้อมวางแผนส่งกำลังเข้าจับกุมทันที
เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหากำลังเดินขึ้นมาบนสะพานลอย จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้สำเร็จ จากการตรวจค้นในกระเป๋าของผู้ต้องหา พบว่ามีการเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งยาไวอาก้า ถุงยางอนามัย และกุญแจห้องพักโรงแรมม่านรูด
หลังถูกจับกุม นายสุริยากล่าวด้วยความเสียใจว่า “กูอุตส่าห์หนีมาตั้งนาน ไม่น่ามาถูกจับเพราะผู้หญิงเลย” อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาและขอให้การในชั้นศาลต่อไป เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง สภ.นากลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากรายงานข่าว ผู้กองทอน ซึ่งเคยปลอมตัวเพื่อหาข้อมูลในการจับกุมเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ได้กลับมาปลอมตัวอีกครั้งในปฏิบัติการนี้
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามจับกุมผู้ต้องหา แม้จะต้องใช้กลยุทธ์ที่ซับซ้อนและลงทุนในการปลอมตัว แต่สุดท้ายก็สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าสนใจคือ คำพูดของผู้ต้องหาที่ว่า “หนีมานาน ถูกจับเพราะผู้หญิง” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์และความไว้ใจในชีวิตของมนุษย์ ที่อาจนำพาไปสู่ความสำเร็จหรือความล้มเหลวได้เช่นกัน