สหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชา

คณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้ตัดสินใจยกเลิกคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชา ซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้มานานกว่า 4 ปี เนื่องจากกัมพูชามี “ความพยายามอย่างมุ่งมั่นเพื่อสันติภาพ”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ (ภาพ: thaigov.go.th)

สหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชา

การตัดสินใจครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์มีบทบาทในการผลักดันให้กัมพูชาและไทยยุติความขัดแย้งบริเวณชายแดน โดยได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามข้อตกลงขยายการหยุดยิงระหว่างสองประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปลายเดือนตุลาคม

ตามประกาศของรัฐบาลกลาง (Federal Register) ระบุว่า นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตัดสินใจยกเลิกคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชา “เนื่องจากกัมพูชามีความพยายามอย่างจริงจังในการสร้างสันติภาพและความมั่นคง รวมถึงการกลับมาสานต่อความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในด้านกลาโหมและการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ”

ประกาศดังกล่าวระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (7 พ.ย.) และเสริมว่า คำขอซื้อขายอาวุธใด ๆ กับกัมพูชา จะถูกพิจารณาเป็นรายกรณีไป

ก่อนหน้านี้ กัมพูชาเคยเสนอชื่อประธานาธิบดีทรัมป์ ให้เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพื่อยกย่องบทบาทของเขาในการช่วยยุติความขัดแย้งชายแดนครั้งนี้

ทั้งนี้ คณะบริหารของอดีตปธน.โจ ไบเดน ได้เริ่มมาตรการคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชาดังกล่าวในเดือนธ.ค. 2564 โดยอ้างถึงปัญหาการทุจริตและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ตลอดจนอิทธิพลทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีน

ทำไมสหรัฐฯ ถึงยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชา?

การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และกัมพูชา หลังจากที่มีความตึงเครียดมาอย่างยาวนาน การกลับมามีความร่วมมือกันในด้านกลาโหมและการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ อาจนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายที่รวดเร็วเกินไป เนื่องจากปัญหาการทุจริตและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในกัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล การพิจารณาคำขอซื้อขายอาวุธเป็นรายกรณีไป อาจเป็นวิธีการที่รอบคอบกว่า เพื่อให้มั่นใจได้ว่าอาวุธเหล่านั้นจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด

ที่มา – สหรัฐฯ ยกเลิกคว่ำบาตรอาวุธต่อกัมพูชา หลังมีผลบังคับใช้มานาน 4 ปี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *