สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก 56 จังหวัด
สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก 56 จังหวัด กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนประชาชนให้ติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคตะวันออกที่มีโอกาสเกิดฝนตกหนักมากบางแห่ง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีฝนฟ้าคะนองครอบคลุมร้อยละ 80 ของพื้นที่ ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือกับน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และปัญหาการเดินทางที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฝนตกหนัก
รายงานพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 21 กันยายน 2569 ระบุว่า ประเทศไทยยังคงได้รับอิทธิพลจากร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ขณะเดียวกันมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จึงทำให้หลายจังหวัดมีฝนเพิ่มขึ้นและอาจมีฝนตกหนักในบางช่วงเวลา
สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก 56 จังหวัด
สำหรับ สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก 56 จังหวัด พื้นที่ที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ทั้งสองฝั่ง รวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑล ฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ
สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก 56 จังหวัด ต้องระวังอะไรบ้าง
กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เก็บสิ่งของที่อาจปลิวจากแรงลมให้เรียบร้อย และตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน ผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้เชิงเขาหรือทางน้ำควรสังเกตระดับน้ำและความผิดปกติของดิน หากพบว่าน้ำมีสีขุ่นมาก มีเศษไม้ไหลมาเป็นจำนวนมาก หรือมีเสียงผิดปกติจากภูเขา ควรรีบออกจากพื้นที่ไปยังจุดปลอดภัย
- พื้นที่ลุ่มต่ำ: มีโอกาสเกิดน้ำท่วมขังระยะสั้น โดยเฉพาะช่วงฝนตกต่อเนื่อง
- พื้นที่ลาดเชิงเขา: ควรระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม
- เส้นทางคมนาคม: ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า และเว้นระยะห่างจากรถคันอื่น
- พื้นที่ชายฝั่ง: ชาวเรือควรติดตามประกาศและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
พยากรณ์อากาศรายภาคทั่วประเทศ
ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณเชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกพัดด้วยความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้ที่เดินทางขึ้นดอยหรือพื้นที่ภูเขาควรตรวจสอบสภาพเส้นทาง เพราะฝนอาจทำให้ถนนลื่นและทัศนวิสัยลดลง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมเลย ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกความเร็ว 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ในจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมืองควรระวังน้ำรอการระบายตามถนนสายหลักและตรอกซอย โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักในช่วงเย็นหรือกลางคืน
ภาคตะวันออก เป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ ครอบคลุมสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนจังหวัดนครนายกและปราจีนบุรีอาจมีฝนตกหนักมาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีขึ้นไป ลมมีความเร็ว 20-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้พัดด้วยความเร็ว 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ตั้งแต่พังงาขึ้นไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขณะที่ตั้งแต่ภูเก็ตลงไปทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในช่วงที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวนความเร็ว 10-25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คนทำงานและนักเรียนควรเผื่อเวลาเดินทาง ตรวจสอบสภาพการจราจร และพกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัวไว้ เพราะฝนอาจตกหนักแบบฉับพลันในหลายช่วง
คำแนะนำรับมือฝนตกหนักและน้ำท่วม
การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าช่วยลดความเสี่ยงได้หลายด้าน ก่อนออกจากบ้านควรตรวจสอบประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานราชการ วางแผนเส้นทางสำรอง และหลีกเลี่ยงถนนที่มีประวัติน้ำท่วมซ้ำซาก หากมีรถยนต์ควรตรวจสอบระบบเบรก ยางรถ และที่ปัดน้ำฝนให้พร้อมใช้งาน ไม่ควรขับรถฝ่าน้ำที่มีระดับสูงหรือมองไม่เห็นพื้นถนน เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ดับและเกิดอันตรายได้
สำหรับบ้านเรือน ควรยกเครื่องใช้ไฟฟ้าและเอกสารสำคัญไว้ในที่สูง ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ และตรวจสอบหลังคาหรือสิ่งปลูกสร้างที่อาจได้รับผลกระทบจากลมแรง หากเกิดน้ำท่วมใกล้บ้าน ควรตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณที่เสี่ยงและไม่สัมผัสปลั๊กไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าขณะตัวเปียก ผู้ปกครองควรดูแลเด็กเล็กและผู้สูงอายุเป็นพิเศษ
สภาพอากาศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดวัน ข้อมูลข้างต้นจึงควรใช้ประกอบการวางแผนเท่านั้น และควรติดตามประกาศฉบับล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักมาก น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม การรู้ข้อมูลเร็วและเตรียมตัวก่อนเกิดเหตุจะช่วยให้ทุกคนเดินทางและใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
สรุป: วันนี้หลายจังหวัดมีโอกาสฝนตกหนัก โดยภาคตะวันออกและพื้นที่ลุ่มต่ำต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากต้องเดินทางควรตรวจสอบสภาพอากาศและเส้นทางทุกครั้ง ความปลอดภัยควรมาก่อนความเร่งรีบ และการติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาคือวิธีที่ดีที่สุดในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้
ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เปิดชื่อ 56 จังหวัด ฝนตกหนักถึงหนักมาก