สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 36 จังหวัด

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 36 จังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ที่มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนการเดินทางและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกสะสมที่อาจนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลันหรือน้ำป่าไหลหลากได้

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง สภาพอากาศลักษณะนี้อาจทำให้บางพื้นที่มีฝนตกในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มีความรุนแรงมาก จึงควรเพิ่มความระมัดระวังขณะใช้รถใช้ถนน

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 36 จังหวัด

สำหรับ สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 36 จังหวัด ประเด็นสำคัญอยู่ที่ภาคใต้ทั้งฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ซึ่งมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบจากกลุ่มฝนและฝนสะสม

จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี มีโอกาสพบฝนตกหนักมากบางพื้นที่ ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน หรือพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรสังเกตระดับน้ำและความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม หากมีฝนตกต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรเตรียมย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ลำห้วยหรือบริเวณที่มีน้ำไหลเชี่ยว

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 36 จังหวัด ต้องระวังอะไรบ้าง

  • น้ำท่วมฉับพลัน: ฝนที่ตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้น้ำระบายไม่ทัน โดยเฉพาะชุมชนเมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • น้ำป่าไหลหลาก: พื้นที่เชิงเขาและใกล้ลำธารมีความเสี่ยงสูง หากมีฝนตกสะสมต่อเนื่องควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
  • ฟ้าผ่าและลมกระโชกแรง: ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ หรือใกล้ป้ายโฆษณาในช่วงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง
  • ทัศนวิสัยลดลง: ผู้ขับขี่ควรลดความเร็ว เปิดไฟหน้า เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า และไม่หยุดรถในบริเวณน้ำท่วม

ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ตาก และกำแพงเพชร อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 21-24 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุดประมาณ 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกมีกำลัง 10-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ประชาชนในพื้นที่ควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝนเมื่อต้องเดินทาง

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่ โดยพบมากบริเวณเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 21-24 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 33-35 องศาเซลเซียส แม้โอกาสฝนจะไม่มากเท่าภาคใต้ แต่ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน

ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยเฉพาะนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 21-24 องศาเซลเซียส และสูงสุดประมาณ 32-35 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุดอาจอยู่ที่ 33-35 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 30 ของพื้นที่ ครอบคลุมฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตรในบริเวณทั่วไป แต่บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตร นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการทางทะเลควรตรวจสอบประกาศเตือนก่อนออกเรือ

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลัง 15-30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพื้นที่ตั้งแต่สุราษฎร์ธานีขึ้นมา ส่วนตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออกมีกำลัง 15-35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตรังและสตูล อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 23-26 องศาเซลเซียส และสูงสุดประมาณ 31-34 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 1 เมตร และบริเวณพายุฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงกว่า 2 เมตร

สาเหตุของฝนที่เพิ่มขึ้นในภาคใต้เกิดจากมวลอากาศเย็นหรือบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมฝ่ายตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ลมดังกล่าวพาความชื้นเข้าสู่ภาคใต้ จึงทำให้เกิดกลุ่มฝนจำนวนมากและมีฝนตกหนักในบางช่วง

กรมอุตุนิยมวิทยายังแจ้งเตือนว่าในช่วงวันที่ 8-13 พฤศจิกายน 2569 ภาคใต้จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ประชาชนจึงไม่ควรประมาท แม้ช่วงเช้าจะมีอากาศแจ่มใส เพราะกลุ่มฝนอาจเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็วในช่วงบ่ายหรือค่ำ การติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศก่อนเดินทางจะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากคลื่นลมอาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เรือขนาดเล็กควรพิจารณางดออกจากฝั่งในช่วงที่มีประกาศเตือน หากจำเป็นต้องเดินทางควรตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสาร เสื้อชูชีพ และเส้นทางหลบภัยให้พร้อม

ประชาชนสามารถเตรียมตัวได้ง่าย ๆ ด้วยการเก็บของใช้และเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในที่สูง ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ตรวจสอบหลังคาและสายไฟ ตัดกิ่งไม้ที่อาจหักลงมา รวมถึงเตรียมไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง ยาประจำตัว และเอกสารสำคัญไว้ในจุดที่หยิบได้สะดวก หากพบระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ควรรีบแจ้งคนในครอบครัวและเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย

โดยสรุป สถานการณ์ฝนในภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะที่ภาคอื่น ๆ ยังมีฝนฟ้าคะนองเป็นบางพื้นที่ การเตรียมพร้อมล่วงหน้าและติดตามประกาศอย่างต่อเนื่องเป็นวิธีที่ช่วยลดผลกระทบได้ดีที่สุด ขอให้ทุกคนวางแผนการเดินทางอย่างรอบคอบ ดูแลคนในครอบครัว และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงเมื่อมีฝนตกหนัก

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุฯ เปิดชื่อ 36 จังหวัด เตือน ฝนถล่มเพิ่มขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *